บทว่า มนุเชสุ เป็นการแสดงไขอย่างอุกฤษฏ์ เหมือนบทว่า สตฺถา เทวมนุสฺสานํ ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ประเสริฐ ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายบ้าง ของพรหมทั้งหลายบ้าง ของเหล่าสัตว์ทั้งปวงบ้าง.
อนึ่ง บทว่า มนุเชสุ ท่านกล่าวเพราะความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จอุบัติในหมู่มนุษย์ในภพก่อน เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านจึงกล่าวว่า สกฺยมุนี.
บทว่า สกฺยมุนี ความว่า ชื่อว่าสักยะ เพราะเป็นโอรสของราชตระกูลสักยะ. ชื่อว่ามุนี เพราะประกอบด้วยกายโมเนยย (ความนิ่งทางกาย) เป็นต้น และเพราะรู้ไญยธรรมหมดสิ้นไม่เหลือเลย เหตุนั้นจึงชื่อว่า ศากยมุนี. ชื่อว่าภควา เพราะเหตุ ๔ ประการมีความเป็นผู้มีภาคยะเป็นต้น ชื่อว่าทำกิจเสร็จแล้ว เพราะทำคือให้สำเร็จกิจ ๑๖ อย่าง ต่างโดยมีปริญญากิจเป็นต้นที่จะต้องทำด้วยมรรค ๔. ชื่อว่าปารคตะ (ถึงฝั่งแล้ว) เพราะถึง คือบรรลุด้วยญาณของพระสยัมภู ผู้ตรัสรู้เองซึ่งฝั่ง คือฝั่งโน้นของสักกายะ ได้แก่นิพพาน. ชื่อว่าพรั่งพร้อมด้วยพละและวิริยะ เพราะประกอบด้วยพลังกายซึ่งไม่มีใครเหมือน ด้วยพลังญาณอันไม่สาธารณ์ทั่วไปแก่ผู้อื่น และด้วยความเพียรคือสัมมัปปธาน ๔ อย่าง. ชื่อว่าสุคต เพราะเสด็จถึงฐานะที่ดี เพราะเสด็จไปโดยชอบ และเพราะตรัสโดยชอบ.
เธอจงถึง จงเข้าถึงซึ่งท่านผู้นั้น ผู้เป็นสุคต เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นสรณะ คือเป็นที่พึ่ง เป็นที่เป็นไปเบื้องหน้า เป็นที่ช่วยต่อต้านทุกข์ในอบายและทุกข์ในวัฏฏะ จำเดิมแต่วันนี้ไป เธอจงคบคือจงเสพว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้ เป็นสรณะ เป็นที่ช่วยต่อต้าน เป็นที่เร้น เป็นที่ไปในเบื้องหน้า เป็นคติ เป็นที่พึ่งอาศัย ของเราดังนี้ ด้วยการกลับจากสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ด้วยการพัฒนาเจริญแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ เธอจงรู้อย่างนี้ หรือจงคบหา [เสพ] เนื้อความมีดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที