คนเฝ้าอ้อยนั้นผูกท่อนไม้เป็นมณฑปกิ่งไม้ ในไร่อ้อยที่ยืนต้นอยู่อย่างเดิมนั่นแหละ ใช้ใบอ้อยมุงข้างบน ลาดฟางข้างล่าง ถวายแด่พระเถระองค์หนึ่ง. เอาอ้อยสามลำผูกเป็นสังเขปว่าไม้สามเส้า แล้วมุงด้วยหญ้าลาดพื้นด้วยหญ้า ถวายแด่พระเถระองค์ที่สอง. นำไม้สองสามท่อนในกระท่อมของตนและกิ่งไม้ทั้งหลายแล้วคลุมด้วยจีวร ทำกลดถวายแด่พระเถระอีกองค์หนึ่ง.
พระเถระเหล่านั้นอยู่ในที่นั้น.
พอราตรีสว่างได้เวลา เขาหุงข้าว ถวายไม้สีฟันและน้ำล้างหน้าแล้ว ถวายภัตตาหารกับน้ำอ้อย เมื่อพระเถระเหล่านั้นฉันแล้วอนุโมทนาแล้ว กำลังจะไป เขาได้ถวายอ้อยองค์ละลำ ด้วยกล่าวว่า จักเป็นส่วนของกระผม. เขาไปส่งพระเถระสิ้นระยะทางหน่อยหนึ่งแล้วก็กลับ เสวยปีติโสมนัสอย่างโอฬาร ปรารภการช่วยขวนขวายและทานของตน กลับบ้าน.
ฝ่ายเจ้าของไร่เดินมาสวนทางกับภิกษุที่กำลังเดินไป ถามภิกษุทั้งหลายว่า ได้อ้อยมาแต่ไหน. ภิกษุทั้งหลายตอบว่า คนเฝ้าอ้อยถวาย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที