@๔ ม. ตสฺส ตํ ปวตฺตึ กตปาโป, เตนายํ นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ, มยิ ปน คเต โมทเก จ ปานียญฺจ ทตฺวา ภุมฺมเทเวสุ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ยนฺนูนาหํ อิมสฺส อวสฺสโย ภเวยฺยนฺ"ติ จินฺเตตฺวา ปานียโมทเกสุ อุปนียมาเนสุ ตสฺส ปุริสสฺส ปุรโต ปาตุรโหสิ. โส เถรํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส "กึ เม อิทาเนว อิเมหิ มาริยมานสฺส โมทเกหิ ขาทิเตหิ, อิทํ ปน ปรโลกํ คจฺฉนฺตสฺส ปาเถยฺยํ ภวิสฺสตี"ติ จินฺเตตฺวา โมทเก จ ปานียญฺจ เถรสฺส ทาเปสิ. เถโร ตสฺส ปสาทสํวฑฺฒนตฺถํ ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว ตถารูเป ฐาเน นิสีทิตฺวา โมทเก ปริภุญฺชิตฺวา ปานียญฺจ ปิวิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. โส ปน ปุริโส โจรฆาตเกหิ อาฆาตนํ เนตฺวา สีสจฺเฉทํ ปาปิโต อนุตฺตเร ปุญฺญกฺเขตฺเต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถเร กเตน ปุญฺเญน อุฬาเร เทวโลเก นิพฺพตฺตนารโหปิ ยสฺมา "สุลสํ อาคมฺม มยา อยํ เทยฺยธมฺโม ลทฺโธ"ติ สุลสาย คเตน สิเนเหน มรณกาเล จิตฺตํ อุปกฺกิลิฏฺฐํ อโหสิ, ตสฺมา หีนกายํ อุปปชฺชนฺโต ปพฺพตคหนสมฺภูเต สนฺทจฺฉาเย ๑- มหานิโคฺรธรุกฺเข รุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ.

โส กิร สเจ ปฐมวเย กุลวํสฏฺฐปเน อุสฺสุกฺกํ อกริสฺส, ตสฺมึเยว นคเร เสฏฺฐีนํ อคฺโค อภวิสฺส. มชฺฌิมวเย มชฺฌิโม, ปจฺฉิมวเย ปจฺฉิโม. สเจ ปน ปฐมวเย ปพฺพชิโต อภวิสฺส, อรหา อภวิสฺส, มชฺฌิมวเย สกทาคามี อนาคามี วา อภวิสฺส, ปจฺฉิมวเย โสตาปนฺโน อภวิสฺส. ปาปมิตฺตสํสคฺเคน ปน อิตฺถิธุตฺโต สุราธุตฺโต ทุจฺจริตนิรโต อนาทริโก ๒- หุตฺวา อนุกฺกเมน สพฺพสมฺปตฺติโต ปริหายิตฺวา มหาพฺยสนํ ปตฺโตติ วทนฺติ.

อถ โส อปเรน สมเยน สุลสํ อุยฺยานคตํ ทิสฺวา สญฺชาตกามราโค อนฺธการํ มาเปตฺวา ตํ อตฺตโน ๓- ภวนํ เนตฺวา สตฺตาหํ ตาย สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปสิ, อตฺตานญฺจสฺสา อาโรเจสิ. ตสฺสา มาตา ตํ อปสฺสนฺตี โรทมานา อิโต จิโต จ ปริพฺภมติ, ตํ ทิสฺวา มหาชโน "อยฺโย มหาโมคฺคลฺลาโน มหิทฺธิโก มหานุภาโว

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๑,๑๗๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. เขตตูปมาเปตวัตถุ”