[๑๔] ตตฺถ อุปชฺฌาโยติ วชฺชาวชฺชํ อุปนิชฺฌายติ หิเตสิตํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ญาณจกฺขุนา เปกฺขตีติ อุปชฺฌาโย. มนฺติ อตฺตานํ วทติ. อวจาติ ๑- อภาสิ. อิโต คจฺฉามิ สีวกาติ วุตฺตาการทสฺสนํ, สิวก อิโต คามนฺตรโต ๒- อรญฺญฏฺฐานเมว เอหิ คจฺฉาม, ตเทว อมฺหากํ วสนโยคฺคนฺติ อธิปฺปาโย. เอวํ ปน อุปชฺฌาเยน วุตฺโต สิวโก ภโทฺร อสฺสาชานีโย วิย กสาภิหโต สญฺชาตสํเวโค หุตฺวา อรญฺญเมว คนฺตุกามตํ ปเวเทนฺโต:-
"คาเม เม วสติ กาโย อรญฺญํ เม คโต มโน
เสมานโกปิ คจฺฉามิ นตฺถิ สงฺโค วิชานตนฺ"ติ อาห.
ตสฺสตฺโถ:- ยสฺมา อิทานิ ยทิปิ เม อิทํ สรีรํ คามนฺเต ฐิตํ, อชฺฌาสโย ปน อรญฺญเมว คโต, ตสฺมา เสมานโกปิ คจฺฉามิ เคลญฺเญน ฐานนิสชฺชา- คมเนสุ อสมตฺถตาย สยาโนปิ อิมินา สยิตากาเรน สรีสโป วิย ปริสปฺปนฺโต, ๓- เอถ ภนฺเต อรญฺญเมว คจฺฉาม, กสฺมา? นตฺถิ สงฺโค วิชานตํ, ๔- ยสฺมา ธมฺมสภาโว ๕- กาเมสุ สํสาเร จ อาทีนวํ, เนกฺขมฺเม นิพฺพาเน จ อานิสํสํ ยาถาวโต ชานนฺตสฺส น ๖- กตฺถจิ สงฺโค, ตสฺมา เอกปเทเนว อุปชฺฌายสฺส อาณา อนุฐิตาติ, ๗- ตทปเทเสน อญฺญํ พฺยากาสิ.