@๔ สี. นาคปุปฺเผหิ อนุรุทฺธาทีสุ สกฺยกุมาเรสุ ปพฺพชนฺเตสุ ปพฺพชิตุํ น อิจฺฉิ. อถ นํ สํเวเชตุํ จนฺทโน เทวปุตฺโต อุปสงฺกมิตฺวา ภทฺเทกรตฺตํ ปุจฺฉิ. อิตโร "น ชานามี"ติ. ๑- ปุน เทวปุตฺโต "อถ กสฺมา ตยา `ภทฺเทกรตฺตํ กเถยฺยนฺ'ติ สงฺคโร กโต, อิทานิ ปน นามมตฺตมฺปิ น ชานาสี"ติ โจเทสิ. อิตโร เตน สทฺธึ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา "มยา กิร ภนฺเต ปุพฺเพ `อิมสฺส ภทฺเทกรตฺตํ กเถสฺสามี'ติ สงฺคโร กโต"ติ ปุจฺฉิ. ภควา "อาม กุลปุตฺต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล ตยา เอวํ กตนฺ"ติ อาห. สฺวายมตฺโถ อุปริปณฺณาสเก ๒- อาคตนเยน วิตฺถารโต เวทิตพฺโพ. อถ โลมสกงฺคิโย "เตนหิ ภนฺเต ปพฺพาเชถ มนฺ"ติ อาห. ภควา "น โข ตถาคตา มาตาปิตูหิ อนนุญฺญาตํ ปุตฺตํ ปพฺพาเชนฺตี"ติ ปฏิกฺขิปิ. โส มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา "อนุชานาหิ มํ อมฺม ปพฺพชิตุํ, ปพฺพชิสฺสามหนฺ"ติ วตฺวา มาตรา "ตาต สุขุมาโล ตฺวํ กถํ ปพฺพชิสฺสสี"ติ วุตฺเต อตฺตโน ปริสฺสยสหนภาวํ ปกาเสนฺโต:-

๓- "ทพฺพํ กุสํ โปฏกิลํ อุสีรํ มุญฺชปพฺพชํ

อุรสา ปนุทิสฺสามิ วิเวกมนุพฺรูหยนฺ"ติ คาถํ อภาสิ. ๓-

[๒๗] ตตฺถ ทพฺพนฺติ ทิพฺพติณมาห, ยํ "สทฺทุโล"ติปิ วุจฺจติ. กุสนฺติ กุสติณํ, โย "กาโส"ติ วุจฺจติ. โปฏกิลนฺติ สกณฺฏกํ อกณฺฏกญฺจ คจฺฉํ. อิธ ปน สกณฺฏกเมว อธิปฺเปตํ. อุสีราทีนิ สุวิญฺเญยฺยานิ. ทพฺพาทีนิ ติณานิ พีรณติณานิ ปาเทหิ อกฺกนฺตสฺสาปิ ทุกฺขชนกานิ คมนนฺตรายกรานิ จ, ตานิ จ ปนาหํ อุรสา ปนุทิสฺสามิ ๔- อุรสาปิ อปเนสฺสามิ. เอวํ อปเนนฺโต ตํ นิมิตฺตํ ทุกฺขํ สหนฺโต อรญฺญายตเน คุมฺพนฺตรํ ปวิสิตฺวา สมณธมฺมํ กาตุํ สกฺขิสฺสามิ.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๒,๓๕๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. โลมสกังคิยเถรคาถา”