๑- "สตฺติยา วิย โอมฏฺโฐ ฑยฺหมาเนว มตฺถเก
กามราคปฺปหานาย สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช"ติ คาถมาห. ๑-
[๓๙] ตตฺถ สตฺติยาติ ๒- เทสนาสีสเมตํ, เอกโตธาราทินา สตฺเถนาติ อตฺโถ. โอมฏฺโฐติ ปหโต. จตฺตาโร หิ ปหารา โอมฏฺโฐ อุมฺมฏฺโฐ มฏฺโฐ วิมฏฺโฐติ. ตตฺถ อุปริ ฐตฺวา อโธมุขํ ทินฺนปหาโร โอมฏฺโฐ นาม, เหฏฺฐา ฐตฺวา อุทฺธมุขํ ทินฺนปหาโร อุมฺมฏฺโฐ นาม, อคฺคฬสูจิ วิย วินิวิชฺฌิตฺวา คโต ๓- มฏฺโฐ นาม, เสโส สพฺโพปิ วิมฏฺโฐ นาม. อิมสฺมึ ปน ฐาเน โอมฏฺโฐ คหิโต. โส หิ สพฺพทารุโณ ทุรุทฺธรณสลฺโล ทุตฺติกิจฺโฉ อนฺโตโทโส อนฺโตปุพฺพโลหิโตว โหติ, ปุพฺพโลหิตํ อนิกฺขมิตฺวา วณมุขํ ปริโยนนฺธิตฺวา ติฏฺฐติ. ปุพฺพโลหิตํ นีหริตุกาเมหิ มญฺเจน สทฺธึ พนฺธิตฺวา อโธสิโร กาตพฺโพ โหติ, มรณํ วา มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ปาปุณนฺติ. ฑยฺหมาเนติ อคฺคินา ฌายมาเน. มตฺถเกติ สีเส. อิทํ วุตฺตํ โหติ:- ยถา สตฺติยา โอมฏฺโฐ ปุริโส สลฺลุพฺพาหนวณติกิจฺฉนานํ ๔- อตฺถาย วิริยํ อารภติ ตาทิสํ ปโยคํ กโรติ ปรกฺกมติ, ยถา จ ฑยฺหมาเน มตฺถเก อาทิตฺตสีโส ปุริโส ตสฺส นิพฺพาปนตฺถํ วิริยํ อารภติ ตาทิสํ ปโยคํ กโรติ, เอวเมวํ ภิกฺขุ กามราคปฺปหานาย สโต อปฺปมตฺโต อติวิย อุสฺสาหชาโต หุตฺวา วิหเรยฺยาติ.
เอวํ ภควา ตสฺส เถรสฺส โกธูปายาสวูปสมาย โอวาทํ เทนฺโต ตเทกฏฺฐตาย กามราคปฺปหานสีเสน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. เถโร อิมํ คาถํ สุตฺวา สํวิคฺคหทโย วิปสฺสนาย ยุตฺตปฺปยุตฺโต วิหาสิ. ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา สตฺถา สํยุตฺตเก ติสฺสตฺเถรสุตฺตํ ๕- เทเสสิ. โส เทสนาปริโยสาเน อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ