ปญฺจมํ หิมวนฺตํ โส ฉฏฺฐํ ฉทฺทนฺตุปาคมิ
สตฺตมํ คนฺธมาทนํ อฏฺฐมํ อถ เรวตนฺติ. สพฺพฏฺฐาเนสุ สตฺต สตฺต ทิวสาเนว ทานํ อทํสุ. คนฺธมาทนปพฺพเต ปน นาคทตฺต- เทวราชา นาม สตฺตสุ ทิวเสสุ เอกทิวเส ขีรปิณฺฑปาตํ อทาสิ, เอกทิวเส สปฺปิ- ปิณฺฑปาตํ. ภิกฺขุสํโฆ อาห "อิมสฺส เทวรญฺโญ เนว เธนุโย ทุยฺหมานา ปญฺญายนฺติ, น ทธินิมฺมถนํ, กุโต เต เทวราช อิทํ อุปฺปชฺชตี"ติ. "ภนฺเต กสฺสป- ทสพลสฺส กาเล ขีรสลากภตฺตทานสฺเสตํ ผลนฺ"ติ เทวราชา อาห. อปรภาเค สตฺถา ขทิรวนิยเรวตสฺส ปจฺจุคฺคมนํ อตฺถุปฺปตฺตึ กตฺวา เถรํ อตฺตโน สาสเน ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ.
เอวํ ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺตสฺส ปน อิมสฺส เถรสฺส อรหตฺตปฺปตฺตึ เอกจฺเจ อาจริยา เอวํ วทนฺติ "เหฏฺฐา วุตฺตนเยน ธมฺมเสนาปตินา โอวาเท ทินฺเน `ยํ มยา กาตุํ สกฺกา, ตมหํ ชานิสฺสามี'ติ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ตํ ทิวสํเยว อญฺญตรํ วิวิตฺตํ กุฏิกํ ทิสฺวา ตํ ปวิสิตฺวา มาตุกุจฺฉิสฺมึ สตฺต วสฺสานิ อตฺตนา อนุภูตํ ทุกฺขํ อนุสฺสริตฺวา ตทนุสาเรน อตีตานาคเต ตสฺส อเวกฺขนฺตสฺส อาทิตฺตา วิย ตโย ภวา อุปฏฺฐหึสุ. ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา วิปสฺสนาวีถึ โอตริ, ตาวเทว มคฺคปฏิปาฏิยา สพฺเพปิ อาสเว เขเปนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณี"ติ. อุภยถาปิ เถรสฺส อรหตฺตปฺปตฺติเยว ปกาสิตา. เถโร ปน ปภินฺน- ปฏิสมฺภิโท ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน ๑- :-