ตตฺถ นคาติ รุกฺขา, "นาคา"ติ เกจิ วทนฺติ, นาครุกฺขาติ อตฺโถ. นคคฺเคสูติ ปพฺพตสิขเรสุ. สุสํวิรูฬฺหาติ สุฏฺฐุ สมนฺตโต วิรุฬฺหมูลา หุตฺวา ปริโต อุปริ จ สมฺมเทว สญฺชาตสาขคฺคปลฺลวปฺปสาขาติ ๕- อตฺโถ. อุทคฺคเมเฆน นเวน สิตฺตาติ ปฐมุปฺปนฺเนน อุฬาเรน มหตา ปาวุสเมเฆน ๖- อภิปฺปวุฏฺฐา. วิเวกกามสฺสาติ กิเลส- วิวิตฺตํ จิตฺตวิเวกํ อิจฺฉนฺตสฺส, อรญฺญวาเสน ตาว ๗- กายวิเวโก ลทฺโธ, อิทานิ อุปธิวิเวกาธิคมสฺส นิสฺสยภูโต จิตฺตวิเวโก ลทฺธพฺโพติ ตํ ปตฺถยมานสฺส, ชาคริยํ อนุยุญฺชนฺตสฺสาติ อตฺโถ, เตนาห "อรญฺญสญฺญิโน"ติ. อรญฺญวาโส นาม สตฺถารา
@๔ สี. อุตุสมฺปตฺติยํ ๕ สี. สญฺชาตสาขาปลฺลวปฺปสาขาติ ๖ สี. ปาวุสฺสเมเฆน
@๗ สี. วสตา วณฺณิโต โถมิโต. โส จ โข ยาวเทว สมถวิปสฺสนาภาวนาปาริปูริยา, ตสฺมา สา มยา หตฺถคตา กาตพฺพาติ เอวํ อรญฺญคตสญฺญิโน เนกฺขมฺมสงฺกปฺปพหุลสฺสาติ อตฺโถ. ชเนตีติ อุปฺปาเทนฺติ, ๑- ปุถุตฺเต หิ อิทํ เอกวจนํ. เกจิ ปน "ชเนนฺตี"ติ ปฐนฺติ. ภิยฺโยติ อุปรูปริ. อุสภสฺสาติ อตฺตานเมว ๒- ปรํ วิย วทติ. กลฺยตนฺติ กลฺยภาวํ จิตฺตสฺส กมฺมญฺญตํ ภาวนาโยคฺยตํ. สฺวายมตฺโถ ๓- เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. เอวํ เถโร อิมํ คาถํ วทนฺโตเยว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน ๔- :-