วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ "มาตรนฺ"ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อญฺเญติ เชฏฺฐภาตุ- อาทิเก สมณพฺราหฺมเณ จ. ครุสมฺมเตติ ครูติ สมฺมเต ครุฏฺฐานิเย. อนาทโรติ อาทรรหิโต.

ทิสฺวา วินายกํ อคฺคนฺติ เอวํ มานถทฺโธ หุตฺวา วิจรนฺโต ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ เวเนยฺยานํ วินยนโต สยมฺภุตาย นายกภาวโต จ วินายกํ. สเทวเก โลเก สีลาทิคุเณหิ เสฏฺฐภาวโต อคฺคํ. ปุริสทมฺมานํ อจฺจนฺตตาย ทมนโต สารถีนํ วรุตฺตมํ อติวิย อุตฺตมํ พฺยามปฺปภาทิโอภาเสน อาทิจฺจมิว ตปนฺตํ โอภาสนฺตํ ภิกฺขุสํฆปุรกฺขตํ ธมฺมํ เทเสนฺตํ สพฺพสตฺตานํ อุตฺตมํ สตฺถารํ ทิสฺวา พุทฺธานุภาเวน สนฺตชฺชิโต "อหเมว เสฏฺโฐ, อญฺเญ หีนา"ติ ปวตฺตมานํ โภคมทาทิมทญฺจ ๑- ฉฑฺเฑตฺวา ปหาย วิปฺปสนฺเนน เจตสา สิรสา อภิวาเทสินฺติ โยชนา. กถํ ปนายํ มานถทฺโธ สมาโน สตฺถุ ทสฺสนมตฺเตน มานํ ปหาสีติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. สตฺถุ ทสฺสนมตฺเตน มานํ น ปหาสิ "น มานํ พฺราหฺมณ สาธู"ติ ๒- อาทิกาย ปน เทสนาย มานํ ปหาสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ "มานํ มทญฺจ ฉฑฺเฑตฺวา, วิปสฺสนฺเนน เจตสา. สิรสา อภิวาเทสินฺ"ติ. วิปฺปสนฺเนน เจตสาติ จ อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ กรณวจนํ ทฏฺฐพฺพํ.

"อหเมว เสฏฺโฐ"ติ ปวตฺโต มาโน อติมาโน. "อิเม ปน นิหีนา"ติ อญฺเญ หีนโต ทหนฺตสฺส มาโน "โอมาโน"ติ วทนฺติ. "เสยฺโยหมสฺมี"ติ ปน อญฺญํ อติกฺกมิตฺวา อตฺตานํ เสยฺยโต ทหนฺตสฺส ปวตฺโต เสยฺยมาโน อติมาโน. "หีโนหมสฺมี"ติ ปวตฺโต หีนมาโน โอมาโน. ปหีนา สุสมูหตาติ เหฏฺฐิมมคฺเคหิ ปหีนา หุตฺวา อคฺคมคฺเคน สุฏฺฐุ สมุคฺฆาฏิตา. อสฺมิมาโนติ "เอโสหมสฺมี"ติ ขนฺเธ "อหนฺ"ติ คหณวเสน ปวตฺตมาโน. สพฺเพติ น เกวลํ อติมานโอมานอสฺมิมานาเอว, อถ โข

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๔,๑๕๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. เชนตปุโรหิตปุตตเถรคาถา”