@๓ ม.มู. ๑๒/๑๘/๑๑ สพฺพาสวสุตฺต, สํ.นิทาน. ๑๖/๒๐/๒๖ ปจฺจยสุตฺต

อนุทิฏฺฐีนํ อปฺปหานนฺติ อนุทิฏฺฐิภูตานํ เสสทิฏฺฐีนํ อปฺปหานการณํ. ยาว หิ สกฺกายทิฏฺฐิ สนฺตานโต น วิคจฺฉติ, ตาว สสฺสตทิฏฺฐิอาทีนํ อปฺปหานเมวาติ. สงฺกปฺปปรเตชิตนฺติ สงฺกปฺเปน มิจฺฉาวิตกฺเกน ปเร ปรชเน นิสฺสยลกฺขณํ ปติปติเต ๑- เตชิตํ อุสฺสาหิตํ. เตน วิทฺโธ ปเวธามีติ เตน ทิฏฺฐิสลฺเลน ยถา หทยํ อาหจฺจ ติฏฺฐติ, เอวํ วิทฺโธ ปเวธามิ สงฺกปฺปามิ สสฺสตุจฺเฉทาทิวเสน อิโต จิโต จ ปริวฏฺฏามิ. ๒- ปตฺตํว มาลุเตริตนฺติ มาลุเตน วายุนา เอริตํ วณฺฏโต มุตฺตํ ทุมปตฺตํ วิย.

อชฺฌตฺตํ เม สมุฏฺฐายาติ ยถา โลเก สลฺลํ นาม พาหิรโต อุฏฺฐาย อชฺฌตฺตํ นิมฺมเถตฺวา พาธติ, น เอวมิทํ. อิทํ ปน อชฺฌตฺตํ เม มม อตฺตภาเว สมุฏฺฐาย โส อตฺตภาวสญฺญิโต ฉผสฺสายตนกาโย ยถา ขิปฺปํ สีฆํ ปจฺจติ ฑยฺหติ, ยถา กึ? อคฺคิ วิย สนิสฺสยฑาหโก ตํเยว มามกํ มม สนฺตกํ อตฺตภาวํ ฑหนฺโต ยตฺถ อุปฺปนฺโน, ตตฺเถว สรติ ปวตฺตติ.

ตํ น ปสฺสามิ เตกิจฺฉนฺติ ตาทิสาย ติกิจฺฉาย นิยุตฺตตาย เตกิจฺฉํ สลฺลกตฺตํ ภิสกฺกํ ตํ น ปสฺสามิ. โย เมตํ สลฺลมุทฺธเรติ โย ภิสกฺโก เอตํ ทิฏฺฐิสลฺลํ กิเลสสลฺลญฺจ อุทฺธเรยฺย, อุทฺธรนฺโต จ นานารชฺเชน รชฺชุสทิสสงฺขาตาย เอสนิสลากาย ปเวเสตฺวาน สตฺเถน กนฺติตฺวา นาญฺเญน มนฺตาคทปฺปโยเคน วิจิกิจฺฉิตํ สลฺลํ ติกิจฺฉิตุํ สกฺกาติ อาหริตฺวา โยเชตพฺพํ. วิจิกิจฺฉิตนฺติ จ นิทสฺสนมตฺตเมตํ. สพฺพสฺสปิ กิเลสสลฺลสฺส วเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๔,๖๘๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. เตลุกานิเถรคาถา”