เลสกปฺเปติ กปฺปิยเลเส กปฺปิยปฏิรูเป. ปริยาเยติ ปจฺจเยสุ ปริยายสฺส โยเค. ปริกปฺเปติ วฑฺฒิอาทิวิกปฺปเน, สพฺพตฺถ วิสเย ภุมฺมํ. อนุธาวิตาติ มหิจฺฉตาทีหิ ปาปธมฺเมหิ อนุธาวิตา โวสิตา. ๑- ชีวิกตฺถา ชีวิกปฺปโยชนา อาชีวเหตุกา. อุปาเยนาติ ปริกถาทินา อุปาเยน ปจฺจยุปฺปาทนนเยน. สงฺกฑฺฒนฺตีติ สํหรนฺติ.

อุปฏฺฐาเปนฺติ ปริสนฺติ ปริสาย อตฺตานํ อุปฏฺฐเปนฺติ, ยถา ปริสา อตฺตานํ อุปฏฺฐเปนฺติ, เอวํ ปริสํ สงฺคณฺหนฺตีติ อตฺโถ. กมฺมโตติ กมฺมเหตุ. เต หิ อตฺตโน กตฺตพฺพเวยฺยาวจฺจนิมิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺติ. โน จ ธมฺมโตติ ธมฺมนิมิตฺตํ โน จ อุปฏฺฐเปนฺติ. โย สตฺถารา อุลฺลุมฺปนสภาวสณฺฐิตาย ปริสาย สงฺคโห ๒- อนุญฺญาโต, เตน น สงฺคณฺหนฺตีติ อตฺโถ. ลาภโตติ ลาภเหตุ, "อยฺโย พหุสฺสุโต, ภาณโก, ธมฺมกถิโกติ เอวํ สมฺภาเวนฺโต มหาชโน มยฺหํ ลาภสกฺกาเร อุปนยิสฺสตี"ติ อิจฺฉาจาเร ฐตฺวา ลาภนิมิตฺตํ ปเรสํ ธมฺมํ เทเสนฺติ. โน จ อตฺถโตติ โย โส วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา สทฺธมฺมํ กเถนฺเตน ปตฺตพฺโพ อตฺโถ, น ตํทิฏฺฐธมฺมิกาทิ- เภทหิตนิมิตฺตํ ธมฺมํ เทเสนฺตีติ ๓- อตฺโถ.

สํฆลาภสฺส ภณฺฑนฺตีติ สํฆลาภเหตุ ภณฺฑนฺติ ๔- "มยฺหํ ปาปุณาติ, น ตุยฺหนฺ"ติ- อาทินา กลหํ กโรนฺติ. สํฆโต ปริพาหิราติ อริยสํฆโต พหิภูตา อริยสํเฆ ตทภาวโต. ปรลาโภปชีวนฺตาติ สาสเน ลาภสฺส อนฺธพาลปุถุชฺชเนหิ ปเร สีลาทิคุณสมฺปนฺเน เสกฺเข อุทฺทิสฺส อุปฺปนฺนตฺตา ตํ ปรลาภํ ปรโต วา ทายกโต ลทฺธพฺพลาภํ อุปชีวนฺตา ภณฺฑนการกา ภิกฺขู ปาปชิคุจฺฉาย อภาวโต อหิริกา สมานา จ "มยํ ปรลาภํ ภุญฺชาม, ปรปฏิพทฺธชีวิกา"ติปิ น ลชฺชเร น หิริยนฺติ.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๔,๙๐๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ปาราสริยเถรคาถา”