ตโต ภทฺทา จินฺเตสิ "น สกฺกา มยา อิมินา นิยาเมน เคหํ คนฺตุํ, อิโตว คนฺตฺวา เอกํ ปพฺพชฺชํ ปพฺพชิสฺสามี"ติ นิคณฺฐารามํ คนฺตฺวา นิคณฺเฐ ปพฺพชฺชํ ๒- ยาจิ. อถ นํ เต อาหํสุ "เกน นิยาเมน ปพฺพชฺชา โหตู"ติ. ยํ ตุมฺหากํ ปพฺพชฺชาย อุตฺตมํ, ตเทว กโรถาติ. เต "สาธู"ติ ตสฺสา ตาลฏฺฐินา เกเส ลุญฺจิตฺวา ปพฺพาเชสุํ. ปุน เกสา วฑฺฒนฺตา กุณฺฑลาวฏฺฏา หุตฺวา วฑฺเฒสุํ. ตโต ปฏฺฐาย สา กุณฺฑลเกสา นาม ชาตา. สา ตตฺถ อุคฺคเหตพฺพํ สมยํ วาทมคฺคญฺจ อุคฺคเหตฺวา "เอตฺตกํ นาม อิเม ชานนฺติ, อิโต อุตฺตริ ๓- วิเสโส นตฺถี"ติ ญตฺวา ตโต อปกฺกมิตฺวา ยตฺถ ยตฺถ ปณฺฑิตา อตฺถิ, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา เตสํ ชานนสิปฺปํ อุคฺคเหตฺวา อตฺตนา สทฺธึ กเถตุํ สมตฺถํ อทิสฺวา ยํ ยํ คามํ วา นิคมํ วา ปวิสติ, ตสฺส ทฺวาเร วาลุการาสึ ๔- กตฺวา ตตฺถ ชมฺพุสาขํ ฐเปตฺวา "โย มม วาทํ อาโรเปตุํ สกฺโกติ, โส อิมํ สาขํ มทฺทตู"ติ สมีเป ฐิตทารกานํ สญฺญํ ทตฺวา วสนฏฺฐานํ คจฺฉติ. สตฺตาหมฺปิ ชมฺพุสาขาย ตเถว ฐิตาย ตํ คเหตฺวา ปกฺกมติ. เตน จ สมเยน อมฺหากํ ภควา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตปวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อุปนิสฺสาย เชตวเน วิหรติ. กุณฺฑลเกสาปิ วุตฺตนเยน คามนิคมราชธานีสุ วิจรนฺตี สาวตฺถึ ปตฺวา นครทฺวาเร วาลุการาสิมฺหิ ชมฺพุสาขํ ฐเปตฺวา ทารกานํ สญฺญํ ทตฺวา สาวตฺถึ ปาวิสิ.
อถายสฺมา ธมฺมเสนาปติ เอกโกว นครํ ปวิสนฺโต ตํ สาขํ ทิสฺวา ตํ ทเมตุกาโม ทารเก ปุจฺฉิ "กสฺมายํ สาขา เอวํ ฐปิตา"ติ. ทารกา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. เถโร "ยทิปิ เอวํ อิมํ สาขํ มทฺทถา"ติ อาห. ทารกา ตํ มทฺทึสุ. กุณฺฑลเกสา กตภตฺตกิจฺจา นครโต นิกฺขมนฺตี ตํ สาขํ มทฺทิตํ ทิสฺวา "เกนิทํ มทฺทิตนฺ"ติ
@๔ สี.,อิ. วาลิกราสึ ปุจฺฉิตฺวา เถเรน มทฺทาปิตภาวํ ญตฺวา "อปกฺขิโก วาโท น โสภตี"ติ สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา วีถิโต วีถึ วิจรนฺตี "ปสฺเสยฺยาถ สมเณหิ สกฺยปุตฺตเกหิ ๑- สทฺธึ มยฺหํ วาทนฺ"ติ อุคฺโฆเสตฺวา มหาชนปริวุตา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ธมฺมเสนาปตึ อุปสงฺกมิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตา "กึ ตุเมฺหหิ มยา ฐปิตา ชมฺพุสาขา ๒- มทฺทาปิตา"ติ อาห. อาม มยา มทฺทาปิตาติ. เอวํ สนฺเต ตุเมฺหหิ สทฺธึ มยฺหํ วาโท โหตูติ. โหตุ ภทฺเทติ. ภนฺเต ๓- กสฺส ปุจฺฉา, กสฺส วิสฺสชฺชนาติ. ปุจฺฉา นาม อมฺหากํ ปตฺตา, ตฺวํ ปน ๔- อตฺตโน ชานนกํ ปุจฺฉาติ. สา ๕- เถเรน ทินฺนอนุมติยา ๕- สพฺพเมว อตฺตโน ชานนกํ วาทํ ปุจฺฉิ. เถโร ตํ สพฺพํ วิสฺสชฺเชสิ. สา อุปริ ปุจฺฉิตพฺพํ อชานนฺตี ตุณฺหี อโหสิ. อถ นํ เถโร อาห "ตยา พหุํ ปุจฺฉิตํ, มยมฺปิ ๖- ตํ เอกํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามา"ติ. ปุจฺฉถ ภนฺเตติ. เถโร "เอกํ นาม กินฺ"ติ อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. กุณฺฑลเกสา เนว อนฺตํ น โกฏึ ปสฺสนฺตี อนฺธการํ ปวิฏฺฐา วิย หุตฺวา "น ชานามิ ภนฺเต"ติ. อาห. "ตฺวํ เอตฺตกมฺปิ น ชานาสิ, ๗- อญฺญํ กึ ชานิสฺสสี"ติ วตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. สา เถรสฺส ปาเทสุ นิปติตฺวา "ภนฺเต ตุเมฺห สรณํ คจฺฉามี"ติ อาห. มา มํ ตฺวํ ภทฺเท สรณํ คจฺฉ, สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคลํ ภควนฺตเมว สรณํ คจฺฉาติ. "เอวํ กริสฺสามิ ภนฺเต"ติ สา สายณฺหสมเย ธมฺมเทสนาเวลายํ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. สตฺถา ตสฺสา ญาณปริปากํ ญตฺวา:-