สา ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ธมฺมํ กเถตฺวา สรเณสุ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาเปตุํ "ตุยฺเหว สาฏโก โหตุ, นาหํ อิจฺฉามิ สาฏกนฺ"ติ วตฺวา "สเจ ภายสิ ทุกฺขสฺสา"ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ:- ยทิ ตุวํ สกลาปายิเก สุคติยญฺจ ๒- อผาสุกตาโทภคฺคตาทิเภทา ทุกฺขา ภายสิ. ยทิ เต ตํ อปฺปิยํ อนิฏฺฐํ ๓-. อาวิ วา ปเรสํ ปากฏภาเวน อปฺปฏิจฺฉนฺนํ กตฺวา กาเยน วาจาย ปาณาติปาตาทิวเสน วา ยทิ วา รโห อปากฏภาเวน ปฏิจฺฉนฺนํ กตฺวา มโนทฺวาเรเยว อภิชฺฌาทิวเสน วา อณุมตฺตมฺปิ ปาปกํ ลามกํ กมฺมํ มากาสิ มา กริ. อถ ปน ตํ ปาปกมฺมํ อายตึ กริสฺสสิ. เอตรหิ กโรสิ วา, "นิรยาทีสุ จตูสุ อปาเยสุ มนุสฺเสสุ จ ตสฺส ผลภูตํ ทุกฺขํ อิโต เอตฺโต วา ปลายนฺเต มยิ นานุพนฺธิสฺสตี"ติ อธิปฺปาเยน อุเปจฺจปิ สญฺจิจฺจ ปลายโตปิ เต ตโต ปาปโต มุตฺติ โมกฺขา นาม ๔- นตฺถิ, คติกาลาทิปจฺจยนฺตรสมวาเย สติ วิปจฺจเต เอวาติ อตฺโถ. "อุปจฺจา"ติ วา ปาโฐ, อุปติตฺวาติ อตฺโถ. เอวํ ปาปสฺส อกรเณน ทุกฺขาภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปุญฺญสฺส กรเณนปิ ตํ ทสฺเสตุํ "สเจ ภายสี"ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตาทินนฺติ ทิฏฺฐาทีสุ ตาทิภาวปฺปตฺตํ. ยถา วา ปุริมกา สมฺมาสมฺพุทฺธา ปสฺสิตพฺพา, ตถา ปสฺสิตพฺพโต ตาทึ ๕-, ตํ สมฺพุทฺธํ ๖- สรณํ อุเปหีติ โยชนา. ธมฺมสํเฆสุปิ เอเสว นโย. ตาทีนํ วรพุทฺธานํ ธมฺมํ อฏฺฐนฺนํ อริยปุคฺคลานํ สํฆํ สมูหนฺติ โยชนา. ตนฺติ สรณคมนํ สีลานํ สมาทานญฺจ. เหหิตีติ ภวิสฺสติ.
โส พฺราหฺมโณ สรเณสุ สีเลสุ จ ปติฏฺฐาย อปรภาเค สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา ฆเฏนฺโต วายมนฺโต นจิรสฺเสว เตวิชฺโช หุตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทาเนนฺโต "พฺรหฺมพนฺธู"ติ คาถมาห.
@๔ ฉ.ม. อยํ สทฺโท น ทิสฺสติ ๕ สี. ตาทินํ, ฉ.ม. ตาทิ ๖ ฉ.ม. พุทฺธํ