ปุญฺญานิ ปฏิคฺคณฺหนฺติ ปิยํ ญาตีว อาคตนฺ"ติ คาถา อภาสิ.
นนฺทิโย ตํ สุตฺวา ภิยฺโยโส มตฺตาย ทานานิ เทติ, ปุญฺญานิ กโรติ, โส วณิชฺชาย คจฺฉนฺโต เรวตึ อาห "ภทฺเท มยา ปฏฺฐปิตํ สํฆสฺส ทานํ อนาถานํ ปากวตฺตญฺจ ตฺวํ อปฺปมตฺตา ปวตฺเตยฺยาสี"ติ. สา "สาธู"ติ ปฏิสฺสุณิ. โส ปวาสคโตปิ ยตฺถ ยตฺถ วาสํ กปฺเปติ, ตตฺถ ตตฺถ ภิกฺขูนํ อนาถานญฺจ ยถาวิภวํ ทานํ เทติเยว. ตสฺส อนุกมฺปาย ขีณาสวา ทูรโตปิ อาคนฺตฺวา ทานํ สมฺปฏิจฺฉนฺติ. เรวตี ปน ตสฺมึ คเต กติปาหเมว ทานํ ปวตฺเตตฺวา อนาถานํ ภตฺตํ อุปจฺฉินฺทิ, ภิกฺขูนมฺปิ ภตฺตํ กณาชกํ พิลงฺคทุติยํ อทาสิ. ภิกฺขูนํ ภุตฺตฏฺฐาเน อตฺตนา ภุตฺตาวเสสานิ สิตฺถานิ มจฺฉมํสขณฺฑมิสฺสกานิ จลกฏฺฐิกานิ จ ปกิริตฺวา ๑- มนุสฺสานํ ทสฺเสติ "ปสฺสถ สมณานํ กมฺมํ, สทฺธาเทยฺยํ นาม เอวํ ฉฑฺเฑนฺตี"ติ.
อถ นนฺทิโย โวหารกสิทฺธิ ยถาลาโภ ๑- อาคนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา เรวตึ เคหโต นีหริตฺวา เคหํ ปาวิสิ. ทุติยทิวเส พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสํฆสฺส มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา นิจฺจภตฺตญฺจ อนาถภตฺตญฺจ สมฺมเทว ปวตฺเตสิ, อตฺตโน สหาเยหิ อุปนีตํ เรวตึ ฆาสจฺฉาทนปรมตาย ฐเปสิ. โส อปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน อตฺตโน วิมาเนเยว นิพฺพตฺติ. เรวตี ปน สพฺพํ ทานํ ปจฺฉินฺทิตฺวา "อิเมสํ วเสน มยฺหํ ลาภสกฺกาโร ปริหายี"ติ ภิกฺขุสํฆํ ๒- อกฺโกเสนฺตี ปริภาเสนฺตี วิจรติ. อถ เวสฺสวโณ เทฺว ยกฺเข อาณาเปสิ "คจฺฉถ ภเณ พาราณสินคเร อุคฺโฆสถ `อิโต สตฺตเม ทิวเส เรวตี ชีวนฺตีเยว นิรเย ปกฺขิปียตี"ติ. ตํ สุตฺวา มหาชโน สํเวคชาโต ภีตตสิโต อโหสิ.