ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. เอกาทสกนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๗. ทสรถชาดก

๗. ทสรถชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๕๖๔ · บรรทัด ๖๒๗๘เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. ทสรถชาดก (๔๖๑)

ว่าด้วยพระเจ้าทศรถ

(พระรามบัณฑิตกล่าวว่า)

[๘๔]

มานี่ พ่อลักษณ์และแม่สีดา เจ้าทั้ง ๒ จงลงน้ำ

น้องภรตนี้กล่าวอย่างนี้ว่า พระเจ้าทศรถสวรรคตแล้ว

(ภรตกุมารถามรามบัณฑิตว่า)

[๘๕]

เจ้าพี่ราม เพราะอานุภาพอะไร

เจ้าพี่จึงไม่ทรงเศร้าโศกถึงเหตุที่ควรเศร้าโศก

ความทุกข์จึงไม่ครอบงำเจ้าพี่

เพราะทรงสดับว่า ทูลกระหม่อมพ่อสวรรคตแล้ว

(พระรามบัณฑิตประกาศความไม่เที่ยงว่า)

[๘๖]

บรรดาคนทั้งหลายผู้พร่ำเพ้อถึงอยู่เป็นอันมาก

ไม่มีสักคนหนึ่งที่สามารถจะรักษาชีวิตไว้ได้

วิญญูชนคนมีปัญญาจะพึงยังตนให้เดือดร้อนเพื่ออะไรเล่า

[๘๗]

เพราะว่าคนหนุ่ม คนแก่ คนโง่ คนฉลาด

คนมั่งคั่งร่ำรวย คนจนก็ตาม ล้วนจะต้องตายทั้งนั้น

[๘๘]

สัตว์ทั้งหลายที่เกิดมามีภัยต้องตายแน่นอน

เหมือนผลไม้สุกมีอันตรายต้องหล่นแน่นอน

[๘๙]

ชนเป็นจำนวนมาก บางพวกเห็นกันเมื่อตอนเช้า

ในตอนเย็นกลับไม่ปรากฏ

บางพวกเห็นกันในตอนเย็น พอรุ่งเช้ากลับไม่ปรากฏ

[๙๐]

หากผู้ที่หลงคร่ำครวญเบียดเบียนตนอยู่

จะพึงนำประโยชน์อะไรมาได้บ้าง

บัณฑิตผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ก็จะพึงกระทำเช่นนั้นบ้าง

[๙๑]

ผู้ที่เบียดเบียนตนเองย่อมจะซูบผอม

ไม่ผ่องใสเพราะการคร่ำครวญนั้น

สัตว์ทั้งหลายผู้ละไปสู่ปรโลกก็คุ้มครองตนไม่ได้

การคร่ำครวญเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์

[๙๒]

ที่พำนักอาศัยที่ร้อน บุคคลพึงใช้น้ำดับได้ฉันใด

ข้ออุปไมยก็ฉันนั้น ความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นแล้ว

นรชนคนผู้เป็นปราชญ์มีการสดับฟัง มีปัญญา เป็นบัณฑิต

พึงกำจัดเสียโดยพลันเหมือนลมพัดนุ่น

[๙๓]

สัตว์ย่อมตายคนเดียว เกิดก็คนเดียวในสกุล

ส่วนการคบหากันของสรรพสัตว์มีความเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างยิ่ง

[๙๔]

เพราะเหตุนั้นแหละ นักปราชญ์ผู้เป็นพหูสูต

พิจารณาโลกนี้และโลกหน้า เพราะรู้ทั่วถึงธรรม

แม้ความเศร้าโศกใหญ่หลวงก็แผดเผาจิตใจไม่ได้

[๙๕]

เรานั้นจักให้ จักบริโภค จักเลี้ยงดูญาติทั้งหลาย

และจักคุ้มครองมหาชนที่เหลือ นั่นเป็นหน้าที่ของท่านผู้รู้

[๙๖]

พระรามบัณฑิตผู้มีพระศองามดุจทองคำ มีพระพาหาใหญ่

ทรงครอบครองราชสมบัติอยู่ ๑๖,๐๐๐ ปี

ทสรถชาดกที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. ยุธัญชยชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗เอกาทสกนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๘. สังวรชาดก