ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. เตรสนิบาตชาดก
  8. /
  9. ๗. อกิตติชาดก

๗. อกิตติชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๘๐๖ · บรรทัด ๗๐๐๓เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. อกิตติชาดก (๔๘๐)

ว่าด้วยอกิตติดาบส

(พระศาสดาทรงประกาศเรื่องนี้ว่า)

[๘๓]

ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทอดพระเนตรเห็น

อกิตติดาบสเข้าฌานอยู่ จึงตรัสถามว่า

ท่านมหาพราหมณ์ พระคุณเจ้าปรารถนาอะไรหรือ

จึงเข้าฌานอยู่องค์เดียวในเวลาอากาศอบอ้าว

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๘๔]

ขอถวายพระพรท้าวสักกะ การเกิดอีก ๑

การที่สรีระแตกทำลาย ๑ การหลงลืมสติตาย ๑ เป็นทุกข์

เพราะเหตุนั้น ท้าววาสวะ อาตมาจึงเข้าฌาน

(ท้าวสักกะถวายพรว่า)

[๘๕]

พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น

ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต

โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา

(พระโพธิสัตว์เมื่อจะรับพร จึงกราบทูลว่า)

[๘๖]

ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง

หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา

นรชนทั้งหลายได้บุตร ภรรยา ทรัพย์ ข้าวเปลือก

และสิ่งของอันเป็นที่รักแล้วยังไม่อิ่ม เพราะความโลภอันใด

ความโลภอันนั้นขออย่าได้มีอยู่ในอาตมาเลย

(ท้าวสักกะประทานพรให้ยิ่งขึ้นไปว่า)

[๘๗]

พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น

ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต

โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา

(พระโพธิสัตว์เมื่อจะรับพร จึงกราบทูลว่า)

[๘๘]

ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง

หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา

นา สวน เงิน โค ม้า และคนผู้เป็นทาสย่อมเสื่อมสิ้นไป

เพราะโทสะที่เกิดแล้วอันใด

โทสะอันนั้นขออย่าได้มีอยู่ในอาตมาเลย

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๘๙]

พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น

ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต

โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๙๐]

ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง

หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา

ขอให้อาตมาไม่พึงพบเห็นคนพาล ไม่พึงได้ยิน

ไม่พึงอยู่ร่วมกับคนพาล ไม่พึงทำการเจรจาปราศรัย

และไม่พึงพอใจการเจรจาปราศรัยกับคนพาลเลย

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๙๑]

พระคุณเจ้ากัสสปะ คนพาลได้ทำอะไรแก่พระคุณเจ้าหรือ

ขอจงบอกเหตุ เพราะเหตุไร

พระคุณเจ้าจึงไม่ต้องการพบเห็นคนพาล

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๙๒]

คนพาลมีปัญญาทราม ย่อมแนะนำสิ่งที่ไม่ควรแนะนำ

ชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ

การแนะนำชั่วเป็นสิ่งที่ประเสริฐสำหรับเขา

เขาถูกว่ากล่าวโดยชอบก็โกรธ คนพาลนั้นไม่รู้วินัย

การไม่พบเห็นเขาเสียได้เป็นการดี

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๙๓]

พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น

ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต

โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๙๔]

ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง

หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา

ขอให้อาตมาพึงได้พบ พึงได้ยิน พึงได้อยู่ร่วมกับนักปราชญ์

พึงได้เจรจาปราศรัยและพอใจการเจรจาปราศรัยกับนักปราชญ์เถิด

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๙๕]

พระคุณเจ้ากัสสปะ นักปราชญ์ได้ทำอะไรแก่พระคุณเจ้าหรือ

ขอจงบอกเหตุ เพราะเหตุไร

พระคุณเจ้าจึงต้องการพบเห็นนักปราชญ์

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๙๖]

นักปราชญ์ผู้มีปัญญาย่อมแนะนำสิ่งที่ควรแนะนำ

ไม่ชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ การแนะนำดีเป็นสิ่งประเสริฐของเขา

เขาถูกว่ากล่าวโดยชอบก็ไม่โกรธ

นักปราชญ์นั้นรู้วินัย การสมาคมกับท่านเป็นการดี

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๙๗]

พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น

ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต

โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๙๘]

ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง

หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา

เมื่อราตรีนั้นสิ้นไป ในเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น

ขอภักษาอันเป็นทิพย์และยาจกผู้มีศีลพึงปรากฏ

[๙๙]

ขอถวายพระพร เมื่ออาตมาให้อยู่ ขอภักษาอย่าพึงหมดสิ้นไป

ครั้นให้แล้ว ขออาตมาอย่าพึงเดือดร้อนในภายหลัง

ขณะกำลังให้ ก็พึงทำจิตให้เลื่อมใส

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๑๐๐]

พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น

ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต

โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๑๐๑]

ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง

หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา

ขอมหาบพิตรอย่าเสด็จมาหาอาตมาอีกเลย

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

[๑๐๒]

นรชนชายหญิงทั้งหลายหวังอย่างยิ่งที่จะพบโยม

ด้วยการบำเพ็ญจริยาวัตรเป็นอันมาก

ในการเห็นโยมน่ากลัวนักหรือ

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)

[๑๐๓]

มหาบพิตรผู้มีวรรณะเหมือนวรรณะแห่งเทพ

บันดาลความใคร่ทั้งปวงให้สำเร็จได้เช่นนั้น

อาตมาพบเห็นแล้ว พึงประมาทการบำเพ็ญตบะ

สิ่งนั้นจึงเป็นภัยแก่อาตมาเพราะการพบเห็นมหาบพิตร

อกิตติชาดกที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. กาลิงคโพธิชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗เตรสนิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๘. ตักการิยชาดก