ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. วิสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๗. สัตติคุมพชาดก

๗. สัตติคุมพชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๔๒ · บรรทัด ๘๔๖๖เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. สัตติคุมพชาดก (๕๐๓)

ว่าด้วยนกแขกเต้าชื่อว่าสัตติคุมพะ

(พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาตรัสว่า)

[๑๕๙]

พระมหาราชผู้เป็นจอมทัพแห่งชาวแคว้นปัญจาละ

ทรงเป็นดุจนายพรานเนื้อ เสด็จออกพร้อมกับเสนา

ทรงพลัดกับหมู่คณะ เสด็จมายังราวป่า

[๑๖๐]

ทอดพระเนตรเห็นกระท่อมที่พวกโจรสร้างไว้ในป่านั้น

นกแขกเต้าได้บินออกจากกระท่อมไป กล่าวถ้อยคำที่หยาบช้าว่า

[๑๖๑]

มีกษัตริย์หนุ่มน้อยพร้อมทั้งพาหนะ

มีพระกุณฑลงามเกลี้ยงเกลาดี

มีกรอบพระพักตร์แดงงาม

เหมือนดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่างในกลางวัน

[๑๖๒]

พระราชาบรรทมหลับพร้อมกับนายสารถี

เอาเถิด พวกเราจะรีบช่วยกัน

แย่งชิงอาภรณ์ของท้าวเธอเสียทั้งหมด

[๑๖๓]

แม้เวลานี้ก็เงียบสงัดเหมือนเวลาเที่ยงวัน

พระราชาบรรทมหลับอยู่พร้อมกับนายสารถี

พวกเราช่วยกันแย่งชิงพระภูษาและพระกุณฑลแก้วมณี

ปลงพระชนม์แล้วกลบพระศพด้วยกิ่งไม้

(พ่อครัวปติโกลัมพะได้ฟังคำพูดของลูกนกแขกเต้านั้น จึงออกไปดู รู้ว่าเป็น พระราชา ตกใจกลัว จึงกล่าวว่า)

[๑๖๔]

เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร สัตติคุมพะ พูดออกมาได้

ธรรมดาพระราชาทั้งหลายยากที่จะเข้าถึงพระองค์ได้

เหมือนดังไฟที่ลุกโพลง

(นกแขกเต้าสัตติคุมพะกล่าวโต้ตอบพ่อครัวว่า)

[๑๖๕]

ปติโกลัมพะ เมื่อท่านเมาคุยคำโตๆ ออกมา

เมื่อมารดาของเราเปลือยกาย ท่านจึงรังเกียจโจรกรรมหรือหนอ

(พระราชาตื่นบรรทมได้ยินคำพูดของนกแขกเต้าสัตติคุมพะพูดกับพ่อครัวด้วย

ภาษามนุษย์ ปลุกนายสารถีให้ลุกขึ้น ตรัสว่า)

[๑๖๖]

ลุกขึ้นเถิด พ่อสารถีเพื่อนยาก เจ้าจงรีบเทียมรถ

เราไม่ชอบใจนกนี้เลย เราไปยังอาศรมอื่นกันเถิด

(นายสารถีลุกขึ้นเทียมรถแล้วกราบทูลว่า)

[๑๖๗]

ขอเดชะพระมหาราช ราชรถเทียมไว้แล้ว

พาหนะอันทรงกำลังก็พร้อมแล้ว เชิญเสด็จขึ้นประทับเถิดพะย่ะค่ะ

พวกเราจะพากันไปยังอาศรมอื่น

(นกแขกเต้าสัตติคุมพะเห็นราชรถแล่นไปอยู่ถึงความสลดใจ จึงกล่าวว่า)

[๑๖๘]

พวกโจรในค่ายนี้พากันไปไหนหมดหนอ

นั่นพระเจ้าปัญจาละกำลังเสด็จหนีไป

พ้นสายตาพวกโจรไปแล้ว

[๑๖๙]

พวกท่านจงถือเอาเกาทัณฑ์ หอก และโตมร

นั่นพระเจ้าปัญจาละกำลังเสด็จหนีไป

พวกท่านอย่าปล่อยให้พระองค์มีชีวิตอยู่

(พระศาสดาทรงประกาศข้อความนี้ว่า)

[๑๗๐]

ครั้งนั้น นกแขกเต้าอีกตัวหนึ่งซึ่งมีจะงอยปากแดง

ยินดีต้อนรับด้วยกล่าวว่า

พระมหาราช พระองค์เสด็จมาดีแล้ว มิได้เสด็จมาร้าย

พระองค์ผู้ทรงเป็นใหญ่ เสด็จมาถึงแล้วโดยลำดับ

สิ่งของที่มีอยู่ในอาศรมนี้ ขอพระองค์เสวยเถิด

[๑๗๑]

คือ ผลมะพลับ ผลมะหาด ผลมะซาง ผลหมากเม่า

และผลไม้ทั้งหลายที่มีรสพอสมควร

ขอพระองค์เสวยผลไม้ที่ดีๆ เถิดพระเจ้าข้า

[๑๗๒]

นี้น้ำเย็นนำมาจากซอกเขา พระมหาราช

ขอพระองค์ทรงดื่มเถิด ถ้าพระองค์ทรงประสงค์

[๑๗๓]

ฤๅษีทั้งหลายในอาศรมนี้พากันไปป่าเพื่อแสวงหามูลผลาหาร

ขอพระองค์เสด็จลุกขึ้นหยิบเอาเองเถิด

ข้าพระองค์ไม่มีมือจะทูลถวาย

ขอพระองค์เสด็จลุกขึ้นหยิบเอาเองเถิด

ข้าพระองค์ไม่มีมือจะทูลถวาย

(พระราชาทรงเลื่อมใสการปฏิสันถารของนกปุปผกะ จึงทรงชมเชยว่า)

[๑๗๔]

ปักษีตัวนี้ดีจริงหนอ เป็นนกแต่ทรงธรรมอย่างยอดเยี่ยม

ส่วนเจ้านกแขกเต้าตัวหนึ่งนั้นพูดแต่คำหยาบช้าว่า

[๑๗๕]

จงฆ่ามัน จงมัดมัน อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่

เมื่อมันบ่นพร่ำเพ้ออยู่อย่างนี้แล

เราได้ถึงอาศรมนี้โดยความสวัสดี

(นกปุปผกะครั้นได้ฟังพระราชดำรัสแล้ว จึงกราบทูลว่า)

[๑๗๖]

พระมหาราช ข้าพระองค์ทั้ง ๒

เป็นพี่น้องร่วมท้องมารดาเดียวกัน

เจริญเติบโตอยู่ที่ต้นไม้ต้นเดียวกัน

แต่พลัดตกไปอยู่ต่างเขตแดนกัน

[๑๗๗]

นกสัตติคุมพะเจริญเติบโตในแดนโจร

ส่วนข้าพระองค์เจริญเติบโตอยู่ในสำนักของฤๅษี ณ ที่นี้

นกสัตติคุมพะนั้นอยู่ใกล้อสัตบุรุษ

ข้าพระองค์อยู่ใกล้สัตบุรุษ

เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ทั้ง ๒ จึงแตกต่างกันโดยธรรม

(นกปุปผกะจำแนกธรรมนั้นว่า)

[๑๗๘]

ที่ใดมีแต่การฆ่า การจองจำ การหลอกลวงด้วยของปลอม

การหลอกลวงซึ่งๆ หน้า การปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์

และการข่มขู่กระทำทารุณอย่างแสนสาหัส

นกสัตติคุมพะนั้นสำเหนียกแต่การกระทำเหล่านั้นในที่นั้น

[๑๗๙]

ที่นี้มีแต่ความจริง สุจริตธรรม ความไม่เบียดเบียน

ความสำรวม และการฝึกฝนอินทรีย์

พระองค์ผู้ทรงเป็นหน่อเนื้อแห่งภารตวงศ์

ข้าพระองค์เจริญเติบโตอยู่บนตักของฤๅษีผู้มีปกติให้อาสนะและน้ำ

(บัดนี้เมื่อจะแสดงธรรมถวายพระราชา จึงกล่าวว่า)

[๑๘๐]

ขอเดชะพระราชา ธรรมดาบุคคลคบหาคนใดๆ

เป็นสัตบุรุษก็ตาม อสัตบุรุษก็ตาม มีศีลก็ตาม ไม่มีศีลก็ตาม

ย่อมเป็นไปตามอำนาจของคนนั้นนั่นเอง

[๑๘๑]

บุคคลทำคนเช่นไรให้เป็นมิตร

และคบหาจนสนิทกับคนเช่นไร

ถึงเขาก็เป็นเช่นคนนั้น

เพราะการอยู่ร่วมกันเป็นเช่นนั้น

[๑๘๒]

คนชั่วใครคบเข้าย่อมเปื้อนคนคบ ซึ่งมิได้เปื้อนมาแต่เดิม

คนชั่วใครสัมผัสถูกต้อง หรือเมื่อสัมผัสถูกต้องคนอื่น

ก็ย่อมเปื้อนคนที่ตนสัมผัสถูกต้อง ซึ่งมิได้เปื้อนมาแต่เดิม

ดุจลูกศรที่กำซาบด้วยยาพิษก็พลอยแปดเปื้อนแล่งไปด้วย

เพราะกลัวแต่การแปดเปื้อน

นักปราชญ์จึงไม่ควรมีคนชั่วเป็นเพื่อน

[๑๘๓]

คนใดห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา

แม้ใบหญ้าคาก็พลอยมีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไปด้วย

การคบหาคนพาลก็เป็นฉันนั้น

[๑๘๔]

ส่วนคนใดห่อกฤษณาด้วยใบไม้

แม้ใบไม้ก็พลอยมีกลิ่นหอมฟุ้งไปด้วย

การคบหากับนักปราชญ์ก็เป็นฉันนั้น

[๑๘๕]

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตรู้การคบของตน

เหมือนกับใบไม้ห่อสิ่งของแล้ว

ไม่พึงเข้าไปคบหาอสัตบุรุษ พึงคบหาแต่สัตบุรุษ

เพราะอสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก

ส่วนสัตบุรุษย่อมช่วยให้ไปถึงสุคติ

สัตติคุมพชาดกที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. หังสชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗วิสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๘. ภัลลาติยชาดก