ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๗
  6. /
  7. ติงสตินิบาตชาดก
  8. /
  9. ๑. กิงฉันทชาดก

๑. กิงฉันทชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๒๘๕ · บรรทัด ๙๑๖๓เรื่องนี้ในคลังชาดก

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๖. ติงสตินิบาต

๑. กิงฉันทชาดก (๕๑๑)

ว่าด้วยดาบสผู้มีความพอใจอะไร

(เทพธิดาผู้รักษาแม่น้ำกล่าวกับกิงฉันทดาบสว่า)

[๑]

ท่านพราหมณ์ ท่านพอใจ ๑- อะไร

ประสงค์อะไร ปรารถนาอะไร

แสวงหาอะไรอยู่ และเพราะต้องการอะไร

จึงมาอยู่แต่ผู้เดียวในฤดูร้อน

(ดาบสได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

[๒]

หม้อน้ำใบใหญ่มีทรวดทรงงดงามฉันใด

มะม่วงสุกที่อุดมไปด้วยสี กลิ่น และรสก็อุปไมยได้ฉันนั้น

[๓]

มะม่วงนั้นลอยมาตามกระแสน้ำท่ามกลางสายน้ำใส

อาตมาเห็นเข้าจึงยื่นมือไปเก็บมัน นำมาเก็บไว้ในโรงบูชาไฟ

[๔]

แต่นั้นอาตมาเองวางมะม่วงไว้บนใบตอง ใช้มีดฝานแล้วฉัน

มะม่วงนั้นระงับความหิวกระหายของอาตมาแล้ว

[๕]

อาตมานั้นปราศจากความกระวนกระวาย

ผลมะม่วงหมดไป ก็ได้แต่ข่มความทุกข์

ยังไม่ประสบผลไม้อย่างอื่นชนิดใดชนิดหนึ่งเลย

[๖]

มะม่วงสุกผลใดมีรสอร่อย มีรสเป็นเลิศ น่าพอใจ

ลอยมาในห้วงมหรรณพ อาตมาเก็บขึ้นมาจากทะเล

มะม่วงสุกผลนั้นทำอาตมาให้ซูบผอม

จักนำความตายมาให้อาตมาแน่นอน

@เชิงอรรถ :

@๑ พอใจ หมายถึงอัธยาศัย (ขุ.ชา.อ. ๗/๑/๑๘๐)

[๗]

อาตมาเฝ้าประจำอยู่เพราะเหตุใด

เหตุนั้นทั้งหมด อาตมาได้บอกแก่ท่านแล้ว

อาตมานั่งเฝ้าอยู่เฉพาะแม่น้ำสายที่น่ารื่นรมย์

แม่น้ำสายนี้กว้างใหญ่ไพศาล

ขวักไขว่ไปด้วยปลาโลมาตัวใหญ่ๆ

[๘]

แม่นางผู้ไม่แอบแฝงตน

แม่นางนั้นแหละจงบอกแก่อาตมาเถิด

แม่นางผู้มีเรือนร่างสง่างาม นางเป็นใครกัน

และมาที่นี่เพราะเหตุอะไร

[๙]

เทพนารีเหล่าใดผู้มีเรือนร่างประดุจแผ่นทองคำที่ขัดสีดีแล้ว

หรือประดุจนางพยัคฆ์ที่เกิดอยู่ตามซอกเขา

เป็นปริจาริกาของเทพ มีอยู่ในโลก

[๑๐]

และสตรีรูปงามเหล่าใดมีอยู่ในมนุษยโลก

บรรดาเทพนารี คนธรรพ์ และหญิงมนุษย์

สตรีเหล่านั้นไม่มีรูปร่างเช่นกับแม่นาง

แม่นางผู้มีลำขาอ่อนกลมกลึงประดุจแท่งทอง

อาตมาถามแล้ว ขอแม่นางจงบอกนาม

และเผ่าพันธุ์แก่อาตมาด้วยเถิด

(เทพธิดากล่าวว่า)

[๑๑]

ท่านพราหมณ์ ท่านนั่งเฝ้าอยู่เฉพาะ

แม่น้ำโกสิกีอันน่ารื่นรมย์สายใด

ข้าพเจ้าอยู่ที่วิมานมีกระแสน้ำเชี่ยว

ซึ่งเป็นห้วงน้ำใหญ่สายนั้น

[๑๒]

ลำธารจากภูเขาจำนวนมาก

ดื่นดาษไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์

ไหลรวมกัน ตรงมาหาข้าพเจ้า

[๑๓]

อนึ่ง ธารน้ำจากแนวป่า ก่อตัวเป็นห้วงวารีสีเขียว

และธารน้ำอันเป็นที่ปลื้มใจแห่งพวกนาคเป็นจำนวนมาก

ไหลมาท่วมข้าพเจ้าด้วยห้วงวารี

[๑๔]

สายน้ำเหล่านั้นย่อมพัดพาผลไม้หลายชนิด

คือ มะม่วง ผลหว้า ขนุนสำปะลอ

กระทุ่ม ผลตาล และมะเดื่อมาเนืองๆ

[๑๕]

ผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งที่ฝั่งแม่น้ำทั้ง ๒ หล่นลงไปในน้ำ

ผลไม้นั้นย่อมลอยไปตามอำนาจกระแสน้ำโดยไม่ต้องสงสัย

[๑๖]

พระองค์ผู้จอมชนเป็นปราชญ์ มีปัญญามาก

ขอพระองค์จงสดับคำของข้าพเจ้า พระองค์ทราบอย่างนี้แล้ว

อย่าทรงพอพระทัยความเกาะเกี่ยว ๑-

ทรงปฏิเสธเสียเถิด

[๑๗]

พระราชฤๅษีผู้ผดุงแคว้นให้เจริญ

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจความเป็นบัณฑิตของพระองค์เลย

ซึ่งพระองค์กำลังทรงพระเจริญวัย

แต่กลับหวังความตาย

[๑๘]

พระบิดา คนธรรพ์ พร้อมทั้งเทวดา

ย่อมทราบความที่พระองค์ตกอยู่ในอำนาจแห่งตัณหา

อนึ่ง ฤๅษีทั้งหลายเหล่าใดในโลก

ผู้สำรวมตน มีตบะ ผู้เริ่มตั้งความเพียร มียศ

ฤๅษีแม้เหล่านั้นก็ย่อมทราบโดยไม่ต้องสงสัย

(ต่อแต่นั้น ดาบสได้กล่าวว่า)

[๑๙]

บาปย่อมไม่เจริญแก่นรชนผู้รู้

เพราะรู้ธรรมทั้งปวง รู้ความแตกสลาย

และรู้การจุติแห่งชีวิต ถ้าเขาไม่จงใจจะฆ่าผู้อื่น

@เชิงอรรถ :

@๑ หมายถึงเกาะเกี่ยวด้วยอำนาจตัณหา (ขุ.ชา.อ. ๗/๑๖/๑๘๕)

[๒๐]

แม่นางผู้ที่หมู่ฤๅษีรู้จักกันดี

เธอเป็นคนที่ผู้ลอยบาปรู้แจ้งชัดว่า

เป็นผู้เกื้อกูลแก่ชาวโลก แม่นางผู้มีความงาม

เธอย่อมแสวงหาบาปกรรม

เพราะเจรจาถ้อยคำที่ไม่ประเสริฐ

[๒๑]

แม่นางผู้มีสะโพกงามผึ่งผาย

ถ้าอาตมาจักตายที่ริมฝั่งน้ำของเธอ

ชื่อเสียงอันเลวทรามจักมาถึงเธอโดยไม่ต้องสงสัย

เมื่ออาตมาล่วงลับไปแล้ว

[๒๒]

เพราะเหตุนั้นแล แม่นางผู้มีเรือนร่างอันสวยงาม

เธอจงระวังบาปกรรม เมื่ออาตมาตายไปแล้ว

ขอชนทั้งปวงอย่าได้กล่าวติเตียนเธอในภายหลังเลย

(เทพธิดาได้สดับดังนั้นแล้ว จึงได้กล่าวว่า)

[๒๓]

เหตุนั้นข้าพเจ้าได้ทราบแล้ว

ขอพระองค์ทรงอดกลั้นสิ่งที่อดกลั้นได้ยากเถิด

ข้าพเจ้ายอมถวายตนและผลมะม่วงนั้นแก่พระองค์

ผู้ทรงละกามคุณที่ละได้ยาก

ดำรงสันติและธรรม ๑- ไว้อย่างมั่นคง

[๒๔]

ผู้ใดละสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องต้นได้

แต่ยังติดอยู่ในสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องปลาย

ประพฤติอธรรมอยู่นั่นเทียว บาปย่อมเจริญแก่ผู้นั้น

[๒๕]

เชิญเสด็จมาเถิด ข้าพเจ้าจะช่วยพระองค์

ขอพระองค์ทรงขวนขวายน้อยโดยส่วนเดียวเถิด

ข้าพเจ้าจะนำพระองค์ไปที่สวนมะม่วงอันร่มเย็น

ขอพระองค์ปราศจากความขวนขวายอยู่เถิด

@เชิงอรรถ :

@๑ สันติ หมายถึงศีลกล่าวคือความสงบจากความทุศีล ธรรม หมายถึงสุจริตธรรม (ขุ.ชา.อ. ๗/๒๓/๑๘๘)

[๒๖]

ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงข่มอริราชศัตรู

สวนมะม่วงนั้นเซ็งแซ่ไปด้วยหมู่นกที่มัวเมาด้วยรสดอกไม้

ทิพยสกุณปักษี คือ นกกระเรียน นกยูง นกเขา

และนกสาลิกาก็มีอยู่ในสวนมะม่วงนี้

และในสวนนี้ยังมีฝูงหงส์ส่งเสียงร้องระงม

นกดุเหว่าเร่าร้องกึกก้องปลุกเหล่าสัตว์ให้ตื่นอยู่

[๒๗]

ณ สวนมะม่วงนี้ ต้นมะม่วงทั้งหลายมีปลายกิ่งโน้มลง

ด้วยพวงผลดกดื่นเช่นรวงข้าวสาลี มีทั้งต้นคำ ต้นสน

ต้นกระทุ่ม และผลตาลสุกห้อยย้อยอยู่เรียงราย

(ดาบสเห็นเปรตเสวยทิพยสมบัติในเวลาดวงอาทิตย์ตก จึงได้กล่าวว่า)

[๒๘]

เธอผู้ประดับมาลา โพกภูษา

ประดับอาภรณ์ สวมใส่กำไลมือกำไลแขน

มีร่างกายฟุ้งไปด้วยจุรณแก่นจันทน์

ถูกบำเรอตลอดคืน ส่วนกลางวันเสวยเวทนา

[๒๙]

เธอมีหญิง ๑๖,๐๐๐ นางเป็นนางบำเรอ

มีอานุภาพมากอย่างนี้ ยังไม่เคยมี

น่าขนพองสยองเกล้า

[๓๐]

ในภพก่อนเธอได้ทำบาปกรรมอะไรที่นำทุกข์มาให้ตน

เธอทำกรรมอะไรไว้ในมนุษย์ทั้งหลาย จึงต้องมากัดกินเนื้อหลังของตน

(เปรตจำดาบสนั้นได้ จึงกล่าวว่า)

[๓๑]

ข้าพระองค์ได้เล่าเรียนพระเวท หมกมุ่นอยู่ในกามทั้งหลาย

ได้ประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ชนเหล่าอื่นตลอดกาลนาน

[๓๒]

ผู้หากินบนหลังคนอื่นต้องควักเนื้อหลังของตนกิน

เหมือนข้าพระองค์วันนี้ต้องกัดกินเนื้อหลังของตนเอง

กิงฉันทชาดกที่ ๑ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๔. อโยฆรชาดกกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๗ติงสตินิบาตชาดกหัวข้อถัดไป๒. กุมภชาดก