๗. ตินทุกชาดก

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภพระปัญญาบารมี ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ธนุหตฺถกลาเปหิ ดังนี้.

ความพิสดารมีอยู่ว่า พระศาสดา ครั้นทรงสดับวาจาพรรณาพระคุณแห่งปัญญาของพระองค์ เหมือนในมหาโพธิชาดก และอุมมังคชาดกแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตมีปัญญา มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อน ก็มีปัญญาและฉลาดในอุบายเหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องในอดีต มาตรัสเล่า

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์อุบัติในกำเนิดวานร มีวานรแปดหมื่นเป็นบริวาร อาศัยอยู่ในหิมวันตประเทศ ใกล้หิมวันตประเทศนั้น มีบ้านชายแดนแห่งหนึ่ง บางครั้งก็มีคนอยู่ บางครั้งก็ไม่มีคนอยู่ ในท่ามกลางหมู่บ้านนั้น มีต้นมะพลับต้นหนึ่ง กิ่งก้านและค่าคบบริบูรณ์มีผลอร่อย. ฝูงลิงพากันมากินผลมะพลับนั้นในเวลาที่ไม่มีคนอยู่. ครั้นต่อมาถึงคราวมีผลอีก บ้านนั้นได้กลับเป็นที่อยู่ของมนุษย์ เรียงรายไปด้วยต้นอ้อ ประกอบไปด้วยประตู แม้ต้นไม้นั้นก็ออกผลกิ่งลู่น้อมลง.

ฝูงลิงคิดว่า เมื่อก่อนเรากินผลมะพลับที่บ้านโน้น บัดนี้มะพลับต้นนั้นมีผลหรือยังหนอ บ้านมีคนอยู่หรือไม่หนอ ครั้นคิดดังนั้นแล้ว จึงส่งลิงไปตัวหนึ่งโดยกล่าวว่า เจ้าจงไปสืบดูที. ลิงนั้นไปสืบดู ก็รู้ว่าไม้นั้นออกผลและบ้านมีผู้คนจับจองอยู่ จึงกลับมาบอกแก่พวกลิง. พวกลิงได้ฟังว่าต้นไม้นั้นออกผล เกิดความอุตสาหะว่า จักกินผลมะพลับอันโอชา จึงบอกความนั้นแก่พญาวานร. พญาวานรถามว่า บ้านมีคนอยู่หรือไม่ มันบอกว่า มีจ้ะนาย. พญาวานรบอกว่า ถ้าเช่นนั้นไม่ควรไป เพราะพวกมนุษย์มีเล่ห์กะเท่มาก. พวกลิงกล่าวว่า เราจักกินตอนเที่ยงคืนในเวลาที่พวกมนุษย์หลับสนิท ครั้นพญาวานรรับรู้แล้ว จึงลงจากป่าหิมพานต์ คอยเวลาที่พวกมนุษย์หลับสนิท นอนอยู่บนหลังแผ่นหินใหญ่ไม่ไกลหมู่บ้านนั้น

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๑,๖๓๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. ตินทุกชาดก”