พระราชาทรงแผดพระสุรเสียงอยู่ฉาดฉานด้วยทรงกริ้ว ประหนึ่งโยนก้อนเกลือเข้ากองไฟฉะนั้น เสด็จออกจากห้องอันทรงสิริ รับสั่งให้หานายประตูและข้าบาทมูลเป็นต้น ตรัสว่า เหวยพนักงาน พวกเจ้าจงพากันไปจับไอ้ปุโรหิต มัดแขนไพล่หลัง ทำมันให้สาสมกับความเป็นคนที่ต้องฆ่า พาออกไปจากพระนคร นำตัวไปไปสู่ตะแลงแกงตัดหัวมันเสีย. พวกราชบุรุษพากันรีบรุดไป จับพระโพธิสัตว์มัดไพล่หลัง แล้วเที่ยวตระเวนตีกลองร้องประกาศไป.
พระโพธิสัตว์ดำริว่า พระราชาคงถูกพระเทวีตัวร้ายนั้นกราบทูลยุยงเอาก่อนเป็นแน่ คราวนี้ เราต้องแก้ต่างเปลื้องตนด้วยปรีชาญาณของตนเอง ในวันนี้ให้จงได้ พระโพธิสัตว์จึงกล่าวกะราชบุรุษเหล่านั้นว่า พ่อคุณทั้งหลาย พวกเธออย่าเพิ่งฆ่าเราเลย พาเราเข้าเฝ้าพระราชาแล้วค่อยฆ่าเถิด. พวกราชบุรุษถามว่า เพราะเหตุไร?
จึงบอกว่า เราเป็นข้าราชการ การงานที่เราทำไว้มีมาก เราย่อมรู้ที่ตั้งแห่งขุมทรัพย์มากแห่ง ท้องพระคลังหลวงเล่า เราก็ตรวจตรา ถ้าไม่นำเราเข้าเฝ้าพระราชาแล้ว ทรัพย์เป็นอันมากจักสาบสูญ ขอโอกาสพอเราได้บอกสมบัติแด่พระราชาแล้ว พวกท่านค่อยกระทำโทษที่ต้องกระทำภายหลังเถิด. พวกราชบุรุษจึงพาพระโพธิสัตว์เข้าเฝ้าพระราชา.
พระราชาพอทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์เข้าเท่านั้น ก็ตรัสว่า เฮ้ย เจ้าพราหมณ์ เหตุไรเล่าจึงมิได้ยำเกรงเราเลย เหตุไรเล่าเจ้าจึงทำกรรมชั่วช้าสามานย์ได้ถึงขนาดนี้?
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที