๓. สุสีมชาดก

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภการถวายทานตามความพอใจ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กาฬา มิคา เสตทนฺตา ตว อิเม ดังนี้.

ความพิสดารมีอยู่ว่า ในกรุงสาวัตถี บางคราวสกุลเดียวเท่านั้น ถวายทานแด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข บางคราวมากคนด้วยกันรวมกันถวายเป็นคณะ บางคราวถวายตามสายถนน บางคราวชาวเมืองทั้งสิ้น ร่วมฉันทะกันถวายทาน.

แต่ในครั้งนี้ ชาวเมืองร่วมฉันทะกัน เตรียมถวายบริขารทุกชนิด แบ่งออกเป็นสองพวก พวกหนึ่งพูดว่า พวกเราจักถวายทาน พร้อมด้วยบริขารทุกชนิดนี้ แก่อัญญเดียรถีย์ พวกหนึ่งพูดว่า เราจักถวายแด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข. เมื่อการโต้เถียงกันเป็นไปเนืองๆ อย่างนี้ พวกสาวกอัญญเดียรถีย์ก็ว่า ถวายแก่อัญญเดียรถีย์เท่านั้น พวกสาวกของพระพุทธเจ้าก็ว่า ถวายแด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขเท่านั้น ครั้นคำที่ว่าเราจักกระทำมีมาก พวกที่พูดว่า เราจักถวายแด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขก็มีมากเป็นธรรมดา ถ้อยคำของคนเหล่านั้นก็ยุติ. พวกสาวกของอัญญเดียรถีย์ไม่อาจจะทำอันตรายแก่ทานที่ควรถวายแด่พระพุทธเจ้าได้.

ชาวเมืองจึงนิมนต์ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข พากันบำเพ็ญมหาทานตลอด ๗ วัน ในวันที่ ๗ ได้ถวายเครื่องบริขารทุกชนิด พระศาสดาทรงกระทำอนุโมทนา ให้มหาชนตื่นด้วยมรรคผล แล้วจึงเสด็จไปยังเชตวันมหาวิหาร. เมื่อภิกษุสงฆ์แสดงวัตร จึงเสด็จประทับยืนที่หน้ามุขพระคันธกุฎี ประทานสุคโตวาท แล้วเสด็จเข้าไปยังพระคันธกุฎี. ในตอนเย็น ภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนาในโรงธรรมว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกสาวกของอัญญเดียรถีย์ แม้พยายามจะทำอันตรายแก่ทานที่ควรถวายแด่พระพุทธเจ้า ก็ไม่อาจจะทำอันตรายได้ การถวายเครื่องบริขารทั้งปวงนั้นมาถึงบาทมูลของพระพุทธเจ้าทั้งหมด.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๑,๕๔๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. สุสีมชาดก”