บทว่า นํ เป็นเพียงนิบาต. ในบทนี้มีอธิบายว่า บางที. ความต้องการอะไรๆ อย่างอื่นพึงเกิดขึ้นแก่พวกมนุษย์ผู้มีกิจมาก. บทว่า อตฺถิ รุกฺขสฺส อุจฺฉินฺนํ ความว่า ยังมีทางที่จะแย่งเอามากินได้ด้วยการฉุดกระชากผลของต้นไม้นี้. บทว่า ขชฺช ตญฺเญว ตินฺทุกํ ความว่า พวกเจ้าจงกินผลมะพลับกันเถิด คือพวกเจ้ามีความต้องการเท่าใด จงกินเท่านั้น เราจักรู้ในเวลาที่เขาประหารพวกเรา.
พระมหาสัตว์ปลอบฝูงลิงไว้ เพราะว่า เมื่อพวกมันเมื่อไม่ได้การปลอบใจเช่นนี้ ทั้งหมดจะหัวใจแตกถึงแก่ความตาย พระมหาสัตว์ปลอบฝูงวานรอย่างนี้ แล้วกล่าวว่า พวกเจ้าจับนับลิงทั้งหมดดูที. เมื่อพวกมันนับก็ไม่เห็นวานรชื่อ เสนกะซึ่งเป็นหลานของพญาวานร จึงแจ้งว่า เสนกะไม่มา พญาวานรกล่าวว่า หากเสนกะไม่มา พวกเจ้าไม่ต้องกลัว เสนกะนั้นจักทำความปลอดภัยให้แก่พวกเจ้าในบัดนี้.
เสนกะหลับในเวลาที่ฝูงลิงมา ภายหลังตื่นขึ้นไม่เห็นใครๆ จึงเดินตามรอยเท้ามา ครั้นเห็นพวกมนุษย์จึงรู้ว่า ภัยเกิดขึ้นแก่ฝูงลิงเสียแล้ว จึงไปหาหญิงแก่ซึ่งตามไฟกรอด้ายอยู่ ณ ท้ายเรือนหลังหนึ่ง แล้วทำเป็นเด็กชาวบ้านเดินไปนา คว้าคบไฟดุ้นหนึ่ง วิ่งไปจุดบ้านซึ่งตั้งอยู่เหนือลม. พวกมนุษย์พากันผละพวกลิงไปดับไฟ. ลิงทั้งหลายก็พากันหนี เก็บผลไม้ได้ตัวละผลเพื่อนำไปให้เสนกะ แล้วพากันหนีไป.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที