พระราชาทรงสดับสาส์นเท่านั้น ก็เสด็จออกด้วยหมายพระทัยว่าจักจับโจร. ชายผู้นั้นจึงตีกลองด้านหนึ่ง จตุรังคินีเสนาก็เข้ามาห้อมล้อม. เขาทราบอย่างแน่วแน่ว่า พระราชาตกอยู่ในเงื้อมมือของตนแล้ว จึงรินหม้อนมส้ม เกิดเป็นแม่น้ำใหญ่ไหลท่วมท้น มหาชนจมลงในนมส้ม ไม่สามารถหนีออกไปได้ เขาจึงตบพร้าโต้สั่งว่าเจ้าจงไปตัดศีรษะพระราชามา. พร้าโต้ก็ไปตัดพระเศียรพระราชามาวางไว้แทบเท้าของเขา นักรบแม้คนเดียวก็ไม่อาจเงื้ออาวุธได้ เขาแวดล้อมด้วยพลนิกายใหญ่ยกเข้าสู่พระนคร ให้จัดทำพิธีปราบดาภิเษก เป็นพระราชาพระนามว่า ทธิวาหนะ ครอบครองราชสมบัติโดยธรรม.
วันหนึ่ง เมื่อพระราชาทธิวาหนะทรงสนานที่แม่น้ำใหญ่ ภายในมีข่ายกั้นเป็นวงล้อม มะม่วงสุกผลหนึ่งเป็นของเทวดาลอยมาติดข่าย. พนักงานทั้งหลายเมื่อยกข่ายขึ้น ก็เห็นมะม่วงนั้นจึงนำไปถวายพระราชา. มะม่วงนั้นเป็นผลกลมประมาณเท่าหม้อใหญ่ มีสีดุจทองคำ. พระราชาตรัสถามพรานป่าว่า นี้ผลอะไร ครั้นสดับว่าเป็นผลมะม่วง จึงรับสั่งให้ปลูกในพระราชอุทยานของพระองค์ แล้วให้รดด้วยน้ำนม ต้นไม้ได้เจริญเติบโตให้ผลในปีที่สาม. ต้นมะม่วงได้มีสักการะเป็นอันมาก. เขารดด้วยน้ำนม เจิมด้วยของหอมห้าชนิด ห้อยพวงมาลัยตามประทีปด้วยน้ำมันหอม กั้นด้วยผ้าม่าน เป็นผลไม้มีรสหวาน มีสีเหลืองดังทองคำ.
พระเจ้าทธิวาหนะจะทรงส่งผลมะม่วงไปถวายพระราชาอื่นๆ ใช้เงี่ยงกระเบนแทงหน่อทิ้งออกเสียแล้วส่งไป เพราะเกรงว่าจะเกิดเป็นต้นขึ้น แล้วทรงส่งไป. เมล็ดมะม่วงที่พระราชาเหล่านั้นเสวยแล้วให้เพาะก็ไม่งอก. เมื่อพระราชาเหล่านั้นสอบถามว่า อะไรหนอเป็นเหตุในเรื่องนี้ ก็หาทราบเหตุนั้นไม่. ครั้นแล้วพระราชาองค์หนึ่งรับสั่งหาคนเฝ้าพระอุทยานมา ตรัสถามว่า เจ้าสามารถจะทำรสผลมะม่วงของพระเจ้าทธิวาหนะ ให้เสียกลายเป็นรสขมได้หรือ เมื่อคนเฝ้าสวนกราบทูลว่า ได้ พระเจ้าข้า. จึงรับสั่งว่า ถ้าเช่นนั้นก็จงไป แล้วพระราชทานทรัพย์พันหนึ่งส่งไป.
เขาไปถึงกรุงพาราณสีแล้ว ให้กราบทูลพระราชาว่า คนเฝ้าสวนคนหนึ่งมาเฝ้า เมื่อพระองค์รับสั่งว่า ให้มาเฝ้าได้ เขาจึงไปถวายบังคมพระราชา เมื่อรับสั่งถามว่า เจ้าเป็นคนเฝ้าสวนหรือ เขากราบทูลว่า ถูกแล้ว พระเจ้าข้า แล้วก็พรรณนาถึงความสามารถของตน. พระราชารับสั่งว่า จงไปอยู่กับคนเฝ้าสวนของเราเถิด. ตั้งแต่นั้นมาทั้งสองคน ก็ช่วยกันรักษาพระราชอุทยาน คนเฝ้าสวนคนใหม่มาอยู่ได้ไม่นาน ได้ทำให้ต้นไม้ออกช่อในเวลามิใช่กาล ให้มีผลในเวลามิใช่ผล ทำให้พระราชอุทยานน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก. พระราชาทรงโปรดปรานเขา รับสั่งให้ปลดคนเฝ้าสวนคนเก่าออกเสีย ได้พระราชทานหน้าที่เฝ้าสวนให้แก่เขาโดยเฉพาะ. เขาตระหนักแน่ว่า พระราชอุทยานอยู่ในเงื้อมมือของตนแล้ว จึงปลูกต้นสะเดา และเถาบรเพ็ดล้อมต้นมะม่วง. ต้นสะเดางอกงามขึ้นโดยลำดับ รากต่อรากพันกัน กิ่งต่อกิ่งพาดทับกัน เพราะความเกี่ยวพันกันกับไม้ที่ไม่น่ายินดี และปราศจากรสนั้น มะม่วงซึ่งมีผลหวานมาก่อน ก็กลับเป็นรสขมแล้ว จึงหนีไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที