ในครั้งนั้น ได้เกิดข้าวยากหมากแพงขึ้นในแคว้นกาสี พวกมนุษย์ไม่สามารถให้อาหารกา หรือกระทำการบวงสรวงยักษ์และนาคได้ กาทั้งหลายจึงออกจากแคว้นที่อดอยาก เข้าป่าไปโดยมาก. ในกาเหล่านั้น มีกาตัวหนึ่งชื่อ สวิษฐกะ อยู่เมืองพาราณสี พานางกาไปยังที่อยู่ของกาวีรกะ อาศัยสระนั้นอยู่ส่วนหนึ่ง.

อยู่มาวันหนึ่ง กาสวิษฐกะหาเหยื่ออยู่ในสระนั้น เห็นกาวีรกะลงสระกินปลา แล้วขึ้นมาตากตัวให้แห้ง จึงคิดว่า เราอาศัยกาตัวนี้แล้วสามารถหาปลาได้มาก เราจักปรนนิบัติกาตัวนี้ แล้วเข้าไปหากาวีรกะนั้น. เมื่อกาวีรกะถามว่า อะไรล่ะสหาย. ตอบว่า นาย ข้าพเจ้าอยากจะปรนนิบัติท่าน. กาวีรกะรับว่า ดีแล้ว ตั้งแต่นั้นมา กาสวิษฐกะก็ปรนนิบัติกาวีรกะ.

ฝ่ายกาวีรกะกินปลาพออิ่มสำหรับตนแล้ว ก็คาบปลามาให้แก่สวิษฐกะ. ฝ่ายกาสวิษฐกะกินพออิ่มสำหรับตนแล้วก็ให้ปลาที่เหลือแก่นางกา. ต่อมา กาสวิษฐกะเกิดความทะนงตนขึ้นมาว่า แม้กาน้ำตัวนี้ก็เป็นกาดำ แม้เราก็เป็นกาดำ แม้ตา จะงอยปาก และเท้าของกาวีรกะนั้น และของเราก็ไม่ต่างกัน ตั้งแต่นี้ไป เราไม่ต้องการปลาที่กาตัวนี้จับมาให้เรา เราจักจับเสียเอง. กาสวิษฐกะจึงเข้าไปหากาวีรกะนั้นกล่าวว่า สหาย ตั้งแต่นี้ไป เราจะลงสระจับปลากินเอง แม้เมื่อกาวีรกะห้ามอยู่ว่า สหาย เจ้ามิได้เกิดในตระกูลกาที่ลงน้ำจับปลากิน เจ้าอย่าพินาศเสียเลย. ก็มิได้เชื่อฟังคำ ลงสระดำน้ำแล้วก็โผล่ขึ้น ไม่สามารถจะแหวกสาหร่ายออกมาได้ ติดอยู่ภายในสาหร่าย โผล่แต่ปลายจะงอยปากเท่านั้น. กาสวิษฐกะหายใจไม่ออกถึงแก่ความตายในน้ำนั่นเอง.

ครั้งนั้น นางกาภรรยาของกาสวิษฐกะไม่เห็นกาสวิษฐกะกลับมา จึงไปหากาวีรกะเพื่อจะรู้ความเป็นไป เมื่อจะถามว่า นาย กาสวิษฐกะไม่ปรากฏ เขาหายไปเสียที่ไหนเล่า จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๑,๘๐๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. วีรกชาดก”