ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เกิดเป็นโอรสของพระเจ้ามหาปิงคละ พระเจ้ามหาปิงคละเสวยราชสมบัติมานานแล้ว ก็เสด็จสวรรคต. เมื่อพระเจ้าปิงคละเสด็จสวรรคตแล้ว ชาวกรุงพาราณสีทั้งสิ้นก็ร่าเริงยินดี ยิ้มแย้มแจ่มใสกันยกใหญ่ เผาศพพระเจ้ามหาปิงคละด้วยฟืนพันเล่มเกวียน ดับเชิงตะกอนด้วยน้ำหลายพันหม้อ แล้วอภิเษกพระโพธิสัตว์ขึ้นครองราชย์ ต่างก็ร่าเริงยินดีว่า เราได้พระราชาผู้ตั้งอยู่ในธรรมแล้ว เที่ยวตีกลอง แห่กันครึกครื้น ตกแต่งพระนครด้วยธงทิวต่างๆ ทำปะรำตามประตูบ้านทุกประตู นั่งกินเลี้ยงกันที่ปะรำอันได้ตกแต่งแล้ว มีพื้นโปรยปรายด้วยข้าวตอกและดอกไม้.

แม้พระโพธิสัตว์ก็ประทับนั่งทรงยศอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบัลลังก์ซึ่งกั้นด้วยเศวตฉัตร ณ ท้องพระโรงอันประดับประดาแล้ว. พวกอำมาตย์ พราหมณ์ คหบดีและเจ้าพนักงานและยามประตูเป็นต้น ต่างก็ยืนแวดล้อมพระราชาอยู่.

ลำดับนั้น มียามประตูนายหนึ่งยืนอยู่ในที่ไม่ไกล ได้ถอนใจสะอื้นร้องไห้อยู่. พระโพธิสัตว์ทอดพระเนตรเห็นยามประตูนั้น จึงถามว่า ดูก่อนยามประตู เมื่อพระบิดาของเราสวรรคตแล้ว ชนทั้งปวงต่างก็ร่าเริงยินดี เที่ยวเล่นมหรสพกัน ส่วนท่านกลับยืนร้องไห้ เมื่อจะตรัสถามว่า พระบิดาของเราเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของท่านนักหรือ

จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๐๒๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. มหาปิงคลชาดก”