พระราชาทอดพระเนตรเห็นเขา ตรัสถามว่า นั่นใครน่ะ ท่านอาจารย์.
พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า ขอเดชะ นี่คืออันเตวาสิกของข้าพระองค์. เขาจึงได้คุ้นเคยกับพระราชาโดยลำดับ พระโพธิสัตว์มิได้ปิดบังอำพรางวิชา ให้ศึกษาตามแบบที่ตนรู้มาจนจบ แล้วกล่าวว่า แน่ะพ่อ ท่านเรียนศิลปะจบแล้ว. มุสิละคิดว่า ศิลปะเราก็ช่ำชองแล้ว ทั้งกรุงพาราณสีนี้ก็เป็นนครเลิศในชมพูทวีปทั้งสิ้น แม้ถ้าอาจารย์แก่ เราควรจะอยู่ในกรุงพาราณสีนี้แหละ.
มุสิละจึงบอกอาจารย์ว่า ข้าพเจ้าจักรับราชการ. อาจารย์กล่าวว่า ดีแล้ว เราจะกราบทูลพระราชา จึงพาไปเฝ้าพระราชา กราบทูลว่า อันเตวาสิกของข้าพระองค์ปรารถนาจะรับราชการสนองพระคุณพระองค์ ขอพระองค์จงพิจารณาเบี้ยหวัดให้เขา เมื่อพระราชาตรัสว่า เขาจะได้กึ่งหนึ่งจากเบี้ยหวัดที่ท่านได้ จึงบอกเรื่องนั้นแก่มุสิละ. มุสิละกล่าวว่า เมื่อข้าพเจ้าได้รับเบี้ยหวัดเท่ากับท่าน จึงจะรับราชการ เมื่อไม่ได้เท่าจะไม่ขอรับ.
พระโพธิสัตว์ถามว่า เพราะเหตุไร. มุสิละตอบว่า ข้าพเจ้ารู้ศิลปะที่ท่านรู้หมด มิใช่หรือ. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ถูกแล้ว ท่านรู้ทั้งหมด. มุสิละกล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุไร พระราชาจึงพระราชทานแก่ข้าพเจ้ากึ่งหนึ่งเล่า. พระโพธิสัตว์จึงกราบทูลแด่พระราชา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที