ครั้นคิดแล้ว จึงออกจากป่าหิมพานต์ เที่ยวจาริกไปโดยลำดับจนถึงเมืองพาราณสี ในเวลาใกล้ค่ำ จึงเที่ยวเลือกหาที่พักอาศัย แลเห็นพระราชอุทยานจึงคิดว่า ที่นี้สมควรแก่การหลีกเร้น เราจักพักอยู่ในที่นี้ ครั้นคิดแล้วจึงเข้าไปยังพระราชอุทยาน นั่งอยู่ที่โคนไม้ต้นหนึ่ง ทำเวลาราตรีให้หมดไปด้วยความสุขในฌาน.

วันรุ่งขึ้นเวลาเช้า ชำระสรีระกายแล้ว จัดแจงผูกชฎาห่มหนังเสือ และนุ่งผ้าเปลือกไม้ ถือภาชนะสำหรับภิกขาจาร สำรวมอินทรีย์สงบระงับ สมบูรณ์ด้วยอิริยาบถ ทอดจักษุดูไปชั่วแอก มีรูปสิริของตนสมบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง อาจดึงเอาสายตาของชาวโลกให้แลดู เดินเข้าพระนคร เที่ยวภิกขาจารไปจนถึงประตูพระราชนิเวศน์.

พระราชากำลังเสด็จดำเนินอยู่ที่ท้องพระโรง ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์ทางช่องพระแกล ทรงเลื่อมใสในอิริยาบถของเธอ ทรงพระดำริว่า ถ้าธรรมอันสงบระงับมีอยู่ ก็คงจะมีในภายในจิตของท่านผู้นี้ จึงดำรัสสั่งอำมาตย์ผู้หนึ่งว่า เจ้าจงไปนำพระดาบสนั้นมา.

อำมาตย์นั้นไปไหว้แล้วขอรับเอาภาชนะสำหรับภิกขาจารแล้วกล่าวว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า พระราชารับสั่งนิมนต์ท่าน. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ท่านผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ พระราชาไม่ทรงรู้จักกับอาตมา อำมาตย์จึงเรียนว่า ถ้ากระนั้น ขอนิมนต์พระคุณเจ้ายับยั้งอยู่ที่นี้จนกว่ากระผมจะกลับมา แล้วกลับไปกราบทูลพระราชาให้ทรงทราบ.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๑๑๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. สังกัปปราคชาดก”