พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งประชุมกันด้วยเรื่องอะไร? เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรเป็นที่พึ่งอาศัยของหญิงชราคนนี้ในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ ทั้งมิได้รังเกียจบริโภคอาหารที่นางถวายในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อนก็ได้บริโภคเหมือนกัน ดังนี้แล้ว ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในเมืองพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพาณิช ในอุตตราปถชนบท. พ่อค้าม้า ๕๐๐ คนจากอุตตราปถชนบทนำม้ามาขายยังเมืองพาราณสี. พ่อค้าม้าอีกคนหนึ่งนำม้า ๕๐๐ ตัวเดินทางไปเมืองพาราณสี.

ในระหว่างทางมีหมู่บ้านนิคมหนึ่ง อยู่ในที่ไม่ไกลเมืองพาราณสี เมื่อก่อนได้มีเศรษฐีมีทรัพย์สมบัติมากอยู่ในหมู่บ้านนั้น นิเวศน์ของเขาใหญ่โต แต่ตระกูลนั้นได้ถึงความเสื่อมสลายไปโดยลำดับ เหลือแต่หญิงชราผู้เดียวเท่านั้น หญิงชราคนนั้นอาศัยอยู่ในนิเวศน์นั้น.

ครั้งนั้น พ่อค้าม้าคนนั้นไปถึงหมู่บ้านนั้นแล้วพูดกะหญิงชราว่า ฉันจะให้ค่าเช่าแก่ท่าน แล้วจับจองการอยู่อาศัยในนิเวศน์ของหญิงชรานั้น พักม้าทั้งหลายไว้ ณ ส่วนสุดด้านหนึ่ง. ในวันนั้นเองแม่ม้าอาชาไนยตัวหนึ่งของพ่อค้านั้นตกลูกออกมา. พ่อค้านั้นพักอยู่ ๒-๓ วัน พอให้ม้าทั้งหลายมีกำลัง จึงกล่าวว่า ฉันจักไปเฝ้าพระราชา จึงพาม้าทั้งหลายไป. ลำดับนั้น หญิงชราได้พูดกับพ่อค้านั้นว่า ท่านจงให้ค่าเช่าบ้าน. เมื่อพ่อค้ากล่าวว่า ดีละแม่ ฉันจะให้ นางจึงกล่าวว่า ดูก่อนพ่อ เมื่อท่านจะให้ค่าเช่าบ้านแก่ฉัน จงให้ลูกม้าตัวนี้โดยหักกับค่าเช่าบ้าน พ่อค้านั้นได้กระทำเหมือนอย่างนั้นแล้วก็หลีกไป.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๑๕๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. กุณฑกกุจฉิสินธวชาดก”