พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้นจึงปลอบโยนลูกม้าสินธพนั้นว่า เราทำดังนั้นเพื่อจะทดลอง เจ้าอย่าโกรธเลย แล้วให้บริโภคโภชนะดี พาไปพระลานหลวง กันม้า ๕๐๐ ตัวไว้ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งแวดวงด้วยม่านอันวิจิตร ลาดเครื่องลาดข้างล่าง เบื้องบนดาดเพดานผ้าให้ลูกม้าสินธพยืนอยู่ในนั้น.

พระราชาเสด็จมาทอดพระเนตรดูฝูงม้าตรัสถามว่า เหตุไฉน ม้าตัวนี้จึงแยกไว้ต่างหาก ได้ทรงสดับว่า ม้าตัวนี้เป็นม้าสินธพ ถ้าไม่แยกไว้ในฝูงม้าเหล่านี้ก็จักหลุดหนีไป จึงตรัสถามว่า พ่อมหาจำเริญ ม้าสินธพงดงามว่องไวหรือ? พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า งดงามว่องไวดี พระเจ้าข้า. เมื่อพระองค์ตรัสว่า ถ้าอย่างนั้นเราจะดูความว่องไวของม้าสินธพตัวนี้ จึงผูกม้านั้นแล้วขึ้นขี่ พลางกราบทูลว่า ขอเดชะ ขอพระองค์โปรดทอดพระเนตร แล้วให้พวกมนุษย์หลีกออกไป แล้วควบขับไปในพระลานหลวง พระลานหลวงทั้งหมดได้เป็นเหมือนแถวม้าติดกันไปหมด.

พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า ขอเดชะ ขอพระองค์โปรดทอดพระเนตรกำลังเร็วของลูกม้าสินธพ พระเจ้าข้า แล้วปล่อยออกไปอีก แม้คนสักคนหนึ่งก็แลไม่เห็นลูกม้าสินธพนั้น จึงเอาแผ่นผ้าแดงผูกที่ท้องแล้วปล่อยออกไปอีก พวกมหาชนเห็นแต่แผ่นผ้าแดงที่เขาผูกไว้ที่ท้องของลูกม้าสินธพนั้นเท่านั้น.

ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์จึงปล่อยม้าสินธพนั้นบนหลังน้ำในสระโบกขรณีแห่งหนึ่งภายในพระนคร เมื่อม้าสินธพนั้นวิ่งไปบนหลังพื้นน้ำในสระโบกขรณีนั้น แม้แต่ปลายกีบก็ไม่เปียก เมื่อวิ่งควบไปบนใบบัวอีกครั้งหนึ่ง แม้ใบบัวสักใบหนึ่งก็มิได้จมลงในน้ำ. พระโพธิสัตว์ ครั้นแสดงสมบัติแห่งความรวดเร็วของลูกม้าสินธพนั้นอย่างนี้แล้ว จึงลงปรบมือยื่นฝ่ามือเข้าไป ม้ากระโดดขึ้นไปยืนบนฝ่ามือ กระทำเท้าทั้งสี่ให้รวมอยู่ในที่เดียวกัน.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๑๖๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. กุณฑกกุจฉิสินธวชาดก”