อันพ่อค้าเหล่านั้นอ้อนวอนอาราธนาแล้ว จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพ่อค้าในนครพาราณสี พอเจริญวัย ก็ได้เป็นหัวหน้าพ่อค้าเกวียน พระโพธิสัตว์นั้นซื้อสินค้าในนครพาราณสีบรรทุกเกวียน พาพวกพ่อค้าเป็นอันมากเดินไปทางกันดารนั้นเหมือนกัน ได้เห็นบ่อน้ำเหมือนกัน. ณ ที่นั้น พ่อค้าเหล่านั้นกล่าวกันว่า จักดื่มน้ำจึงขุดบ่อนั้น ได้ทรัพย์มีแก้วไพฑูรย์เป็นต้นมากมายโดยลำดับ. พ่อค้าเหล่านั้นได้รัตนะแม้มากมาย ก็ยังไม่สันโดษ คือยินดีเท่าที่ได้รัตนะนั้น พากันขุดบ่อนั้นหนักยิ่งขึ้นด้วยหมายใจว่า ในบ่อนี้จักมีสิ่งแม้อื่นที่ดีกว่ารัตนะแม้นี้.

ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์จึงกล่าวกะพ่อค้าเหล่านั้นว่า พ่อค้าทั้งหลายผู้เจริญ ขึ้นชื่อว่าความโลภนี้เป็นมูลแห่งความพินาศ พวกท่านได้ทรัพย์มากแล้ว จงสันโดษด้วยทรัพย์มีประมาณเท่านี้เถิด อย่าขุดเกินไปนัก. พ่อค้าเหล่านั้นแม้จะถูกพระโพธิสัตว์ห้ามก็ยังขืนขุดอยู่นั้นแหละ ก็บ่อน้ำนั้น นาคหวงแหนไว้. ลำดับนั้น พระยานาคผู้อยู่ภายใต้บ่อน้ำนั้น เมื่อวิมานของตนถูกทำลาย เมื่อก้อนดินและฝุ่นตกใส่ ก็โกรธใช้ลมจมูกเป่าพ่อค้าทั้งหมดให้ถึงความสิ้นชีวิตไม่มีเหลือ เว้นไว้แต่พระโพธิสัตว์ แล้วออกจากนาคพิภพให้เทียมเกวียนบรรทุกรัตนะทั้ง ๗ จนเต็ม ให้พระโพธิสัตว์นั่งในยานน้อยอันสบาย พวกนาคมาณพขับเกวียนนำพระโพธิสัตว์ไปยังนครพาราณสี เข้าไปยังเรือนเก็บทรัพย์แล้ว ก็ไปสู่นาคพิภพของตนตามเดิม.

พระโพธิสัตว์จ่ายทรัพย์นั้น กระทำให้ชมพูทวีปทั้งสิ้น ไม่ต้องไถนา ให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ในเวลาสิ้นชีวิตได้ไปเกิดในสวรรค์.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๑๗๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. ชรูทปานชาดก”