แม่นมนั้นไปแล้วทูลว่า มาซิแม่ หม่อมฉันจักจับเหาที่ศีรษะแม่ แล้วให้พระราชธิดานั้นประทับบนตั่งน้อยตัวเตี้ย ตนเองนั่นบนตั่งน้อยตัวสูง ให้ศีรษะของพระราชธิดานั้นซบอยู่ที่ขาอ่อนทั้งสองของตน จับเหาอยู่ จึงเอาเล็บของตนจิกศีรษะของพระราชธิดา. พระราชธิดาทรงทราบว่า แม่นมนี้ย่อมไม่เอาเล็บของตนจิกเรา แต่เอาเล็บคือความคิดอ่านแห่งพระกุมารผู้เป็นโอรสของพระปิตุจฉาของเราจิก จึงตรัสถามว่า แม่ได้ไปเฝ้าพระราชกุมารหรือจ๊ะแม่. แม่นมทูลว่าจ้ะ แม่ไปมา. พระราชธิดาตรัสว่า พระราชกุมารบอกข่าวอะไรมาแก่แม่หรือ. แม่นมทูลว่า พระราชกุมารถามถึงอุบายที่พระองค์ให้เสด็จอยู่ภายนอกจ้ะแม่. พระราชธิดาคิดว่า พระราชกุมาร แม้เป็นบัณฑิตมีปัญญา ก็จักทรงรู้ จึงตรัสว่า แม่จ๋า แม่จงเรียนเอาคาถานี้ไปบอกพระราชกุมารเถิด.

แล้วจึงตรัสคาถาที่ ๑ ว่า :-

ถ้าคนใช้ของท่านพึงมีฝ่ามืออ่อน ๑ ช้างของท่านฝึกดีแล้ว ๑ เวลามืด ๑ ฝนตก ๑ จะพึงมีในกาลใด ความปรารถนาของท่านก็จะสมประสงค์ในกาลนั้นเป็นแน่.

แม่นมนั้นเรียนเอาคาถานั้นแล้วไปเฝ้าพระกุมาร เมื่อพระกุมารตรัสว่า พระราชธิดาตรัสอะไรจ๊ะแม่. ทูลว่า ข้าแต่พระลูกเจ้า พระราชธิดาไม่ได้ตรัสคำอะไรๆ อื่นเลย ส่งแต่คาถานี้มา แล้วยกคาถานั้นขึ้นมา. ฝ่ายพระกุมารทรงทราบเนื้อความของคาถานั้น จึงสั่งแม่นมนั้นไปด้วยดำรัสว่า ไปเถอะแม่.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๒๓๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มุทุปาณิชาดก”