นกยางตัวนี้ ไฉนจึงมีหงอน เป็นโจรลอบเข้ามาอยู่ในรังกา ผู้มีเมฆเป็นบิดา. ดูก่อนนกยาง ท่านจงมาเสียข้างนี้เถิดกาผู้สหายของเรา เป็นผู้ดุร้าย.

ด้วยบทว่า กายํ พลากา สิขินี ในคาถานั้น พระโพธิสัตว์ เมื่อจะถามกานั้น จึงร้องเรียกว่า นกยางนี้ อย่างไรจึงชื่อว่ามีหงอน เพราะกานั้นมีสีร่างกายขาวอันทาด้วยเปรียงหนาๆ และเพราะหงอนตั้งอยู่บนหัวของกานั้น.

ด้วยบทว่า โจรี นี้ พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ชื่อว่าเป็นโจร เพราะเข้าไปยังเรือนของตระกูลโดยที่ตระกูลยังไม่อนุญาต หรือเพราะเข้าไปยังรังกาโดยความไม่พอใจของกา.

บทว่า ลงฺฆีปิตามหา ความว่า เมฆชื่อว่าลังฆี เพราะโลดแล่นไปในอากาศ. ก็ธรรมดา นกยางทั้งหลายย่อมตั้งครรภ์เพราะเสียงเมฆ เพราะเหตุนั้น เสียงเมฆจึงเป็นบิดาของพวกนกยาง คือเมฆเป็นบิดาของพวกนกยาง ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ลงฺฆีปิตามหา มีเมฆเป็นบิดา.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๓๓๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. โลลชาดก”