ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีคิดว่าจักกราบทูลเหตุการณ์นี้แก่พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงไปยังวิหาร บูชาพระศาสดา ถวายบังคมพระศาสดา แล้วนั่ง ณ ส่วนสุดข้างหนึ่ง กราบทูลเรื่องราวนั้นทั้งหมดแก่พระตถาคตเจ้า.
พระศาสดาได้ทรงสดับดังนั้น จึงตรัสว่า คฤหบดี มิใช่ในบัดนี้เท่านั้นที่สิริของคนอื่นจะไปในที่อื่น ก็แม้ในกาลก่อน สิริที่คนผู้มีบุญน้อยให้เกิดขึ้น ก็ไปอยู่แทบบาทมูลของคนผู้มีบุญเท่านั้น อันท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลอ้อนวอนแล้ว จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ในกาสิกรัฐ พอเจริญวัยแล้ว ก็ได้เล่าเรียนศิลปะทั้งปวงในเมืองตักกสิลา อยู่ครองเรือน สลดใจเพราะบิดามารดาทำกาลกิริยาตายไป จึงออกบวชเป็นฤาษีอยู่ในหิมวันตประเทศ ยังอภิญญาและสมาบัติให้บังเกิดขึ้น โดยกาลล่วงมาช้านาน ได้ไปยังชนบทเพื่อต้องการรสเค็มและรสเปรี้ยว ได้อยู่ในพระราชอุทยานของพระเจ้าพาราณสี.
วันรุ่งขึ้น เมื่อจะเที่ยวภิกขาจารได้ไปยังประตูเรือนของนายหัตถาจารย์ นายหัตถาจารย์นั้นเลื่อมใสในอาจารมรรยาทและวิหารธรรมของดาบสนั้น จึงถวายภิกษาหารแล้วให้อยู่ในอุทยาน ปรนนิบัติอยู่เป็นนิตย์. เวลานั้น คนหาฟืนเลี้ยงชีพคนหนึ่งนำฟืนมาจากป่าไม่สามารถจะมาทันประตูเมืองได้ตามเวลาในเวลาเย็น จึงทำฟ่อนไม้ให้เป็นเครื่องหนุนศีรษะนอน ณ ศาลเจ้าแห่งหนึ่ง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที