ครั้งนั้น บุตรของท่านเศรษฐีนั้นไม่จัดแจงทานวัตรอะไรๆ ได้แต่ให้สร้างมณฑปอันมหาชนแวดล้อมนั่งอยู่ ปรารภจะดื่มสุรา เขาให้ทรัพย์ทีละพันแก่คนผู้กระทำการเต้นรำ เล่นระบำ รำฟ้อน และขับร้องเป็นต้น ถึงความเป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา และนักเลงกินเนื้อเป็นต้น เป็นผู้ต้องการแต่มหรสพเท่านั้นว่า ท่านจงขับร้อง ท่านจงฟ้อนรำ ท่านจงประโคม เป็นผู้ประมาทมัวเมา เที่ยวไปไม่นานนัก ได้ผลาญทรัพย์ ๔๐ โกฏิ และอุปกรณ์เครื่องอุปโภคบริโภคให้ฉิบหาย กลายเป็นคนเข็ญใจ กำพร้า นุ่งผ้าเก่าเที่ยวไป.
ท้าวสักกะทรงรำพึงถึง ทรงทราบว่า บุตรตกระกำลำบากจึงมาเพราะความรักบุตร ได้ให้หม้อสารพัดนึกแล้ว โอวาทสั่งสอนว่า ดูก่อนพ่อ เจ้าจงรักษาหม้อนี้ไว้อย่าให้แตกทำลายไป ก็เมื่อเจ้ายังมีหม้อใบนี้อยู่ ในชื่อว่าความสิ้นเปลืองแห่งทรัพย์จักไม่มีเลย ดังนี้ แล้วก็กลับไปเทวโลก.
จำเดิมแต่นั้น เขาก็เที่ยวดื่มสุรา. อยู่มาวันหนึ่ง เขาเมามาก โยนหม้อนั้นขึ้นไปในอากาศแล้วรับ ครั้งหนึ่งพลาดไป หม้อตกบนพื้นดินแตกไป. ตั้งแต่นั้นมา ก็กลับเป็นคนจนนุ่งผ้าท่อนเก่า มือถือกระเบื้องเที่ยวภิกขาจาร อาศัยฝาเรือนคนอื่นอยู่จนตายไป.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงตรัสอภิสัมพุทธคาถาเหล่านี้ว่า :-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที