เสนาบดีจึงทูลให้พระราชาและพระอัครมเหสี แม้ทั้งสองนั้นเบาใจว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าคิดร้อนใจไปเลยแล้วทูลไปว่า วันนี้ ท่านทั้งสองจงอยู่ที่นี้แหละ ข้าพเจ้าจักไปนำภัตนั้นมา แล้วก็หลีกไป. เสนาบดีนั้นให้พวกกาประชุมกันแล้วบอกเหตุนั้นให้ทราบ แล้วกล่าวว่า มาเถอะท่านทั้งหลาย พวกเราจักไปนำภัตมา จึงพร้อมกับพวกกาบินเข้าไปยังพระนครพาราณสี แบ่งกาเป็นพวกๆ ไว้ในที่ไม่ไกลโรงครัว แล้ววางไว้ เพื่อต้องการอารักขาในที่นั้นๆ ส่วนตนเองนั่งจับอยู่บนหลังคาโรงครัว พร้อมกับกานักสู้รบ ๘ ตัว และเมื่อกำลังคอยเวลาที่พ่อครัวจะนำพระกระยาหารไปถวายพระราชา ได้กล่าวกะกาเหล่านั้นว่า

เมื่อพ่อครัวนำพระกระยาหารของพระราชามาอยู่ เราจักทำภาชนะให้ตกลงมา ก็เมื่อภาชนะตกลงไปแล้ว ชีวิตของเราจะไม่มี ท่านทั้งหลาย ๔ ตัวจงคาบภัตให้เต็มปาก อีก ๔ ตัวจงคาบปลาและเนื้อ แล้วนำไปให้พระยากาพร้อมทั้งภรรยาบริโภค เมื่อพระราชาถามว่า เสนาบดีไปไหน พวกท่านพึงบอกว่า จักมาข้างหลัง.

ลำดับนั้น พ่อครัวจัดแจงชนิดโภชนะของพระราชาเสร็จแล้ว จึงเชิญภาชนะไปด้วยหาบ เข้าไปยังราชตระกูล. ในเวลาที่พ่อครัวไปถึงพระลานหลวง กาเสนาบดีจึงให้สัญญาแก่กาทั้งหลาย แล้วตนเองโฉบลงจับที่อกของคนเชิญเครื่อง กระหน่ำด้วยกรงเล็บ เอาจะงอยปากเช่นกับปลายหอกจิกปลายจมูกของคนเชิญเครื่องนั้น บินขึ้นเอาปีกและเท้าทั้งสองปิดปากของเขาไว้.

พระราชาเสด็จดำเนินอยู่บนท้องพระโรง ทอดพระเนตรไปทางพระแกลใหญ่ ทรงเห็นกิริยาของกานั้น จึงทรงให้เสียงแก่คนเชิญเครื่องตรัสว่า แน่ะภัตตาหารกะผู้เจริญ เจ้าจงทิ้งภาชนะทั้งหลายเสีย จับเอาเฉพาะกาเท่านั้น. คนเชิญเครื่องนั้นจึงทิ้งภาชนะทั้งหลายแล้วจับกาไว้แน่น. ฝ่ายพระราชาก็ตรัสว่า จงมาทางนี้.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๕๓๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สุปัตตชาดก”