บทว่า ตฺวํ มํ โปส ชนาธิป ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่ในหมู่มหาชน พระองค์จงชุบเลี้ยง คือ จงเลี้ยงดูข้าพระบาทอยู่เถิด.
บทว่า อญฺเญปิ เทโว โปเสติ ความว่า ชนเป็นอันมากเหล่าอื่น ได้แก่ พวกมนุษย์ผู้เลี้ยงช้างเป็นต้น และสัตว์เดียรัจฉานมีช้างและม้าเป็นต้น พระองค์ยังทรงชุบเลี้ยงได้.
ก็ศัพท์ว่า กิญฺจ ในบทว่า กิญฺจ เทโว สกํ ปชํ นี้ เป็นศัพท์นิบาต ใช้ในความหมายว่าติเตียน และความหมายว่าอนุเคราะห์. พระโพธิสัตว์ทรงโอวาทว่า ประชาชนของพระองค์ คือ ข้าพระบาทผู้เป็นโอรสของพระองค์ พระองค์ไม่ทรงชุบเลี้ยง ดังนี้ ชื่อว่าย่อมติเตียน เมื่อตรัสว่า คนอื่นเป็นอันมาก พระองค์ทรงชุบเลี้ยงได้ดังนี้ ชื่อว่าย่อมอนุเคราะห์ช่วยเหลือ. ดังนั้น พระโพธิสัตว์แม้เมื่อจะทรงติเตียน จึงตรัสว่า ไฉนจะไม่ทรงชุบเลี้ยงโอรสของพระองค์เล่า.
เมื่อพระโพธิสัตว์ประทับนั่งในอากาศ ทรงแสดงธรรมอยู่อย่างนี้ พระราชาได้ทรงสดับแล้ว จึงทรงเหยียดพระหัตถ์ ตรัสว่า จงมาเถิดพ่อ เราแหละจักชุบเลี้ยงเจ้า. มีมือตั้งพันเหยียดมาแล้ว พระโพธิสัตว์ไม่ลงในมือคนอื่น ลงในพระหัตถ์ของพระราชาเท่านั้น แล้วประทับนั่งบนพระเพลา พระราชาทรงประทานความเป็นอุปราชแก่พระโพธิสัตว์นั้น แล้วได้ทรงตั้งมารดาให้เป็นอัครมเหสี. เมื่อพระบิดาสวรรคตแล้ว พระโพธิสัตว์นั้นได้เป็นพระราชาพระนามว่า กัฏฐวาหนะ ครองราชสมบัติโดยธรรม ได้เสด็จไปตามยถากรรม.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที