ก็สมัยนั้นแล ในพระราชอุทยานของพระเจ้าพาราณสี ได้มีต้นมะม่วงมีผลเป็นประจำ บุรุษจัณฑาลนั้นจึงคิดว่า เราจักนำผลมะม่วงสุกจากพระราชอุทยานนั้นมาระงับความแพ้ท้องของภรรยานี้. ในตอนกลางคืน จึงไปยังพระราชอุทยาน ขึ้นต้นมะม่วงแอบซ่อนตัวอยู่ เที่ยวมองดูผลมะม่วงกิ่งนั้นกิ่งนี้อยู่. เมื่อบุรุษจัณฑาลนั้นกระทำอยู่อย่างนี้แหละ ราตรีก็รุ่งสว่าง. เขาคิดว่า เราจักลงไปในบัดนี้ คนเฝ้าพระราชอุทยานเห็นเราเข้า ก็จักจับเราว่าเป็นโจร เราจักไปในตอนกลางคืน ที่นั้น เขาจึงปีนขึ้นยังค่าคบแห่งหนึ่ง แอบซ่อนอยู่.

ครั้งนั้น พระเจ้าพาราณสีทรงเรียนมนต์ในสำนักของปุโรหิต พระองค์จึงเสด็จเข้าไปยังพระราชอุทยาน ประทับนั่งบนอาสนะสูง ณ ที่โคนต้นมะม่วง ให้อาจารย์นั่งอาสนะต่ำ แล้วทรงเรียนมนต์.

พระโพธิสัตว์นั่งอยู่ข้างบนคิดว่า พระราชานี้ประทับนั่งอยู่บนอาสนะสูง เรียนมนต์ ไม่ทรงเคารพในธรรม แม้พราหมณ์ผู้นั่งอาสนะต่ำสอนมนต์ ก็ไม่เคารพในธรรม แม้เราผู้ไม่คำนึงถึงชีวิตของเรา บอกภรรยาว่าจะลักมะม่วง เพราะเหตุแห่งมาตุคาม ก็เป็นผู้ไม่เคารพในธรรม.

พระโพธิสัตว์นั้น เมื่อจะลงจากต้นมะม่วงจึงจับกิ่งห้อยอยู่กิ่งหนึ่งลงยืนเฉพาะ อยู่ในระหว่างพระราชาและปุโรหิตแม้ทั้งสองนั้น แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช ข้าพระบาทเป็นคนฉิบหายแล้ว พระองค์ทรงเป็นผู้เขลา ปุโรหิตเป็นคนตายแล้ว.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๖๗๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. ฉวชาดก”