บทว่า ถามพลูปปตฺตึ ความว่า ไม่รู้กำลัง คือเรี่ยวแรง และการอุปบัติคือชาติกำเนิดเป็นราชสีห์ ของราชสีห์เห็นปานนี้ ใจความดังนี้ก็มีว่า สุนัขจิ้งจอกไม่รู้แรงกาย กำลังญาณและการอุปบัติเป็นราชสีห์. บทว่า ส เสติ ความว่า สุนัขจิ้งจอกนี้นั้นสำคัญแม้ตนว่าเป็นเช่น ราชสีห์นั้น จึงถูกช้างฆ่านอนตายอยู่. บทว่า ปมาย ได้แก่ ใคร่ครวญคือพิจารณา. บาลีว่า ปมาณา ดังนี้ก็มี อธิบายว่า ผู้ใดถือประมาณของตนแล้วกระทำโดยประมาณของตน. บทว่า ถามพลํ ได้แก่ กำลังคือเรี่ยวแรง อธิบายว่า เรี่ยวแรงทางกายและกำลังญาณดังนี้บ้างก็ได้. บทว่า ชปฺเปน ได้แก่ ด้วยการเล่าเรียน คือการศึกษา. บทว่า มนฺเตน ได้แก่ ด้วยการปรึกษากับบัณฑิตทั้งหลายอื่นแล้วจึงกระทำ.

บทว่า สุภาสิเตน ได้แก่ ด้วยคำพูดอันไม่มีโทษ ประกอบด้วยคุณมีสัจจะเป็นต้น. บทว่า ปริกฺขวา ได้แก่ ถึงพร้อมด้วยการกำหนด. บทว่า โส วิปุลํ ชินาติ บุคคลใดย่อมเป็นผู้เห็นปานนั้น คือเมื่อจะทำการงานอย่างใดอย่างหนึ่ง รู้เรี่ยวแรงกายและกำลังความรู้ของตน แล้วกำหนดด้วยอำนาจการศึกษาเล่าเรียนและการปรึกษาหารือ พูดแต่คำเป็นสุภาษิตจึงกระทำ บุคคลนั้นย่อมชนะ คือไม่เสื่อมประโยชน์อันไพบูลย์และมากมาย.

พระโพธิสัตว์กล่าวกรรมที่ควรกระทำในโลกนี้ด้วยคาถา ๓ คาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๙๔๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. ชัมพุกชาดก”