ก็พระเจ้าโกศลมีพระราชโอรสนามว่าฉัตตกุมาร ฉัตตกุมารนั้นปลอมเพศหนีออกไปยังเมืองตักกสิลาเรียนไตรเพท และศิลปศาสตร์ ๑๘ ประการ แล้วเสด็จออกจากเมืองตักกสิลา เที่ยวศึกษาศิลปะทุกลัทธิจนถึงปัจจันตคามแห่งหนึ่ง มีพระดาบส ๕๐๐ รูป อาศัยปัจจันตคามนั้นอยู่ ณ บรรณศาลาในป่า พระกุมารเข้าไปหาดาบสเหล่านั้น แล้วคิดว่า จักศึกษาอะไรๆ ในสำนักของพระดาบสแม้เหล่านี้ จึงบวชแล้วเรียนเอาสิ่งที่พระดาบสเหล่านั้นรู้ทั้งหมด. ครั้นต่อมา เธอได้เป็นศาสดาในคณะ.
อยู่มาวันหนึ่ง เรียกหมู่ฤาษีมาแล้วถามว่า ท่านผู้เนียรทุกข์ทั้งหลาย เพราะเหตุไรพวกท่านจึงไม่ไปยังมัชฌิมประเทศ. หมู่ฤาษีจึงกล่าวว่า ท่านผู้เนียรทุกข์ ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ทั้งหลายในมัชฌิมประเทศเป็นบัณฑิต เขาถามปัญหา ให้ทำอนุโมทนา ให้กล่าวมงคล ย่อมติเตียนผู้ไม่สามารถ เราทั้งหลายไม่ไป เพราะความกลัวอันนั้น. ฉัตตดาบสจึงกล่าวว่า ท่านทั้งหลายอย่ากลัวเลย ข้าพเจ้าจักทำกิจนั้นทั้งหมด. หมู่ดาบสจึงกล่าวว่า ถ้าอย่างนั้น พวกเราจะไป. ดาบสทั้งปวงถือเอาเครื่องหาบบริขารของตนๆ ถึงเมืองพาราณสีโดยลำดับ.
ฝ่ายพระเจ้าพาราณสีทรงกระทำราชสมบัติของพระเจ้าโกศล ให้อยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ของพระองค์แล้ว ทรงตั้งผู้ควรแก่พระราชา (ข้าหลวง) ไว้ในนครนั้น ส่วนพระองค์ทรงพาเอาทรัพย์ที่มีอยู่ในนครนั้นไปยังนครพาราณสี ให้บรรจุเต็มตุ่มโลหะแล้วฝังไว้ในพระราชอุทยาน.
ในสมัยนั้น ประทับอยู่เฉพาะในนครพาราณสีนั่นเอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที