ครั้งนั้น พระฤาษีเหล่านั้นอยู่ในพระราชอุทยานตลอดคืน พอวันรุ่งขึ้น จึงเข้าไปภิกขาจารยังพระนคร แล้วได้ไปยังประตูพระราชนิเวศน์. พระราชาทรงเลื่อมใสในอิริยาบถของพระฤาษีเหล่านั้น จึงให้นิมนต์มาแล้ว ให้นั่ง ณ ท้องพระโรง ถวายข้าวยาคูและของเคี้ยว แล้วตรัสถามปัญหานั้นๆ จนถึงเวลาภัตตาหาร.

ฉัตตดาบส เมื่อจะทำพระหฤทัยของพระราชาให้ยินดี จึงแก้ปัญหาทั้งปวง ในเวลาเสร็จภัตตกิจ ได้กระทำอนุโมทนาอันวิจิตรงดงาม. พระราชาทรงเลื่อมใสยิ่งขึ้น ทรงรับปฏิญญาให้พระฤาษีเหล่านั้นแม้ทั้งหมดอยู่ในพระราชอุทยาน.

ฉัตตฤาษีรู้มนต์สำหรับขนขุมทรัพย์ เธอเมื่ออยู่ในพระราชอุทยานนั้นคิดว่า พระเจ้าพาราณสีนี้ทรงฝังทรัพย์อันเป็นของพระบิดาเราไว้ ณ ที่ไหนหนอ จึงร่ายมนต์แล้วตรวจดูอยู่ ก็รู้ว่าฝังไว้ในพระราชอุทยาน จึงคิดว่า จักถือเอาทรัพย์ในที่นี้แล้วไปยึดเอาราชสมบัติของเรา จึงเรียกดาบสทั้งหลายมาแล้วกล่าวว่า

ท่านผู้เนียรทุกข์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าเป็นโอรสของพระเจ้าโกศล พระเจ้าพาราณสียึดเอาราชสมบัติของข้าพเจ้ามา ข้าพเจ้าจึงปลอมเพศออกมา ตามรักษาชีวิตตนตลอดกาลประมาณเท่านี้ บัดนี้ ข้าพเจ้าได้ทรัพย์อันเป็นของตระกูลแล้ว ข้าพเจ้าจักถือเอาแล้วไปยึดเอาราชสมบัติของตน ท่านทั้งหลายจักกระทำอย่างไร.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๒,๙๕๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. พรหาฉัตตชาดก”