วันรุ่งขึ้น จึงเข้าไปภิกษายังพระนคร. ในกาลนั้น พาราณสีเศรษฐีเป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใส. พระโพธิสัตว์ถามว่า เรือนของตระกูลไหนมีศรัทธา ได้ฟังว่า เรือนของเศรษฐี จึงได้ไปยังประตูเรือนของเศรษฐี ขณะนั้น เศรษฐีไปเฝ้าพระราชาแล้ว ฝ่ายคนทั้งหลายก็ไม่เห็นพระโพธิสัตว์นั้น พระโพธิสัตว์จึงได้กลับไป.
ลำดับนั้น เศรษฐีนั้นกำลังออกจากราชสกุลได้เห็นพระโพธิสัตว์นั้น จึงไหว้แล้วรับเอาภาชนะภิกษานำไปเรือน นิมนต์ให้นั่งแล้วให้อิ่มหนำสำราญด้วยการล้างเท้า การทาน้ำมัน ข้าวยาคูและของควรเคี้ยวเป็นต้น ในระหว่างภัต ไม่ถามเหตุอะไรๆ พอพระโพธิสัตว์กระทำภัตตกิจแล้ว จึงไหว้ ไปนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง แล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ยาจกหรือสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติธรรม ชื่อว่าผู้มายังประตูเรือนของข้าพเจ้าแล้ว ขึ้นชื่อว่าไม่เคยได้สักการะและสัมมานะแล้วไปเสียย่อมไม่มี แต่วันนี้ ท่านไม่ได้ที่นั่ง น้ำดื่ม การล้างเท้า หรือข้าวยาคูและภัตเลยไปแล้ว เพราะเด็กๆ ของข้าพเจ้าไม่เห็นท่าน นี้เป็นโทษของข้าพเจ้า ท่านควรอดโทษนั้นแก่ข้าพเจ้า.
แล้วกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
ข้าพเจ้าไม่ได้ให้ตั้ง น้ำดื่ม และโภชนาหารแก่ท่าน ขอท่านผู้เป็นพรหมจารี จงอดโทษแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นโทษอยู่อย่างนี้
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที