บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กริตฺวา ได้แก่ กตฺวา แปลว่าทำแล้ว.

บทว่า จรณํ ได้แก่สมาบัติ ๘ พร้อมด้วยศีล.

มีคำอธิบายได้ว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ผู้ใดสำคัญว่า เราเป็นพหูสูต แม้มีความรู้ตั้งพันแต่ไม่ประพฤติสุจริต ๓ อย่าง ทำแต่บาปอย่างเดียว ผู้นั้นครั้นทำบาปกรรมเหล่านั้นแล้ว อาศัยความเป็นพหูสูตนั้น แต่ไม่บรรลุจรณะ กล่าวคือศีลและสมาบัติ ก็คงไม่พ้นทุกข์ คือไม่พ้นจากอบายทุกข์ไปได้เลย.

พระราชา ครั้นทรงสดับคำนั้นแล้ว ทรงนำไปแล้วซึ่งความเลื่อมใสในดาบสทั้งหลาย. ลำดับนั้น เสตเกตุดาบสจึงคิดว่าพระราชานี้ได้เกิดความเลื่อมใสในดาบสทั้งหลายแล้ว แต่ปุโรหิตคนนี้บั่นทอนความเลื่อมใสนั้น เหมือนเอามีดฟัน เราควรจะทูลกับพระราชานั้น.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๓,๓๔๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. เสตเกตุชาดก”