อยู่มาวันหนึ่ง มันเห็นสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งชื่อคิริยะ ที่ถิ่นหากินเหยื่อ หนีไม่ทัน ได้นอนหมอบลง จึงถามว่า สหายเอ๋ยอะไรกัน เมื่อสุนัขจิ้งจอกบอกว่า ข้าแต่นาย ฉันประสงค์จะปรนนิบัตินาย จึงรับมันไว้แล้วนำมายังถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของตน.
พระโพธิสัตว์เห็นพฤติการณ์นั้นแล้ว แม้ห้ามอยู่ว่า ลูกมโนชะเอ๋ย ธรรมดาสุนัขจิ้งจอกทั้งหลายทุศีล มีบาปธรรม ประกอบสิ่งที่ไม่ใช่กิจ เจ้าอย่าเอาสุนัขจิ้งจอกนั้นไว้ในสำนักของตน ดังนี้ ก็ไม่อาจจะห้ามได้.
อยู่มาวันหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกอยากจะกินเนื้อม้า จึงพูดกะมโนชะว่า ข้าแต่นาย ขึ้นชื่อว่าเนื้ออย่างอื่นเว้นไว้แต่เนื้อม้า ที่พวกเราไม่เคยกินไม่มี พวกเราจักตะครุบม้ากันเถอะ. มโนชะถามว่า ม้ามีที่ไหนนะ? สุนัขจิ้งจอกตอบว่า ที่ฝั่งแม่น้ำเมืองพาราณสี. มโนชะรับคำสุนัขจิ้งจอกแล้วไปกับมัน ในเวลาที่ม้าทั้งหลายพากันอาบน้ำในแม่น้ำ ตะครุบม้าได้ตัวหนึ่ง ยกขึ้นหลังมาถึงประตูถ้ำของตนทีเดียว ด้วยกำลังสิงโต.
ลำดับนั้น พ่อของเขากัดกินเนื้อม้าแล้วจึงพูดว่า ธรรมดาม้าเป็นสัตว์สำหรับใช้สอยของหลวง และพระราชาทั้งหลายก็ทรงมีมายามากมาย ตรัสสั่งให้พวกนายขมังธนูผู้ฉลาด คือแม่นธนูยิง ขึ้นชื่อว่าสิงโตที่กินเนื้อม้า ที่จะอายุยืนไม่มี ต่อแต่นี้ไปเจ้าอย่าตะครุบม้ามากิน. มโนชะไม่ทำตามคำพ่อยังตะครุบอยู่นั่นแหละ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที