พระราชาทรงสดับว่า สิงโตตะครุบม้ากิน จึงทรงให้สร้างสระโบกขรณี สำหรับม้าไว้ภายในพระนครนั่นเอง. แม้จากสระโบกขรณีนั้น สิงโตก็ยังมาตะครุบเอาเหมือนกัน. พระราชาจึงทรงให้สร้างโรงม้า แล้วให้หญ้าและน้ำแก่ม้าในภายในโรงนั้นเอง. สิงโตก็ไปทางด้านบนกำแพง ตะครุบเอาจากภายในโรงนั่นแหละ. พระราชาตรัสสั่งนายขมังธนูยิงเร็วคือยิงไม่ขาดระยะ คนหนึ่งมา แล้วตรัสว่า ดูก่อนพ่อ เจ้าจักอาจยิงสิงโตได้ไหม? เขาทูลว่า ได้พระพุทธเจ้าข้า แล้วได้ให้คนสร้างป้อมไว้ชิดกำแพงใกล้ทางสิงโตมาแล้วได้ยืนบนนั้น.
สิงโตมาแล้วให้สุนัขจิ้งจอกยืนอยู่นอกป่าช้าแล้ววิ่งเข้าพระนครเพื่อจะตะครุบม้า. ฝ่ายนายขมังธนู เวลาสิงโตมา คิดว่า สิงโตมีความรวดเร็วมาก จึงยังไม่ยิง แต่เวลามันตะครุบม้าแล้วเดินไป จึงยิงสิงโตที่ลดความเร็วลงแล้ว เพราะแบกหนัก ด้วยลูกศรที่แหลมคมที่ด้านหลัง ลูกศรทะลุออกทางด้านหน้าแล้ว วิ่งไปในอากาศ. สิงโตร้องว่าข้าถูกยิงแล้ว. นายขมังธนูยิงสิงโตนั้น สะบัดสายดังเหมือนสายฟ้า.
สุนัขจิ้งจอกได้ยินเสียงสิงโตและเสียงสายธนูแล้ว คิดว่า สหายของเราจักถูกนายขมังธนูยิงให้ตายแล้ว ธรรมดาว่าความคุ้นเคยกับสัตว์ทั้งหลายที่ตายแล้วย่อมไม่มี บัดนี้ เราจักไปที่อยู่ของเราตามปกตินั่นแหละ.
เมื่อจะเจรจากับตัวเอง จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที