อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาเสด็จขึ้นทรงรถเทียมม้าสินธพขาว ประดับด้วยเครื่องประดับทั้งปวง เสด็จไปยังพระอุทยาน ทรงเล่นในพระอุทยานนั้น ตลอดส่วนภาคกลางวัน เมื่อพระอาทิตย์อัสดง จึงเสด็จเข้าพระนคร. ราชบุรุษทั้งหลายวางสายเชือกหนังรถนั้นตามที่ผูกไว้นั้นแหละที่พระลานหลวง เมื่อฝนตกตอนกลางคืน รถนั้นก็เปียกฝน. พวกสุนัขที่เลี้ยงไว้ในราชตระกูล ลงจากปราสาทชั้นบน กัดกินหนังและชะเนาะของรถนั้น.

วันรุ่งขึ้น พวกราชบุรุษจึงกราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่สมมติเทพ สุนัขทั้งหลายเข้าไปทางท่อน้ำ กัดกินหนังและชะเนาะของรถนั้น พระเจ้าข้า. พระราชาทรงกริ้วสุนัข จึงตรัสว่า พวกท่านจงฆ่าพวกสุนัขในที่ที่ได้เห็นแล้วๆ.

ตั้งแต่นั้นมา ความพินาศใหญ่หลวง จึงเกิดขึ้นแก่พวกสุนัข. สุนัขเหล่านั้น เมื่อถูกฆ่าในที่ที่พบเห็น จึงหนีไปป่าช้า ได้พากันไปยังสำนักของพระโพธิสัตว์. พระโพธิสัตว์ถามว่า ท่านทั้งหลายเป็นอันมาก พากันมาประชุม เหตุอะไรหนอ? สุนัขเหล่านั้นกล่าวว่า พระราชาทรงกริ้วว่า นัยว่า สุนัขกินหนังและชะเนาะของรถภายในพระราชวัง จึงทรงสั่งให้ฆ่าสุนัข สุนัขเป็นอันมากพินาศ มหาภัยเกิดขึ้นแล้ว.

พระโพธิสัตว์คิดว่า ในที่ที่มีการอารักขา สุนัขทั้งหลายในภายนอก ย่อมไม่มีโอกาส กรรมนี้จักเป็นกรรมของพวกสุนัขเลี้ยง ในภายในพระราชนิเวศน์นั่นเอง. ก็ภัยอะไรๆ ย่อมไม่มีแก่พวกโจร ส่วนพวกที่ไม่ใช่โจร กลับได้ความตาย ถ้ากระไร เราจะแสดงพวกโจรแก่พระราชา แล้วให้ทานชีวิตแก่หมู่ญาติ.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๓๘๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. กุกกุรชาดก”