พระดาบสกราบทูลต่อไปว่า ดูก่อนมหาบพิตร มีแมลงภู่ตัวหนึ่งอยู่ที่ช่อฟ้ามหาปราสาท กัดกระพี้กินหมดแล้ว ไม่อาจกัดแก่นกินได้ เมื่อไม่ได้อาหารก็ไม่อาจออกไป จึงคร่ำครวญเป็นเสียงที่สาม แม้เพราะเหตุนั้น ภัยก็มิได้มีแก่พระองค์ ดังนี้แล้ว โดยที่กำหนดรู้กิริยาของแมลงภู่นั้นด้วยญาณของตน.

จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ความว่า :-

ดูก่อนมหาบพิตร คติของกระพี้ไม้นั้นมีอยู่เพียงใด กระพี้ไม้ทั้งหมด แมลงภู่เจาะกินสิ้นแล้วเพียงนั้น แมลงภู่หมดอาหารแล้ว จึงไม่ยินดีในไม้แก่น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาว ตสฺสา คตี อหุ ความว่า กระพี้ไม้นั้นได้ให้ความสำเร็จประโยชน์มาแล้วเพียงใด กระพี้ไม้นั้น แมลงภู่ก็กัดกินเสียหมดสิ้นเพียงนั้น.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๔,๐๒๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. อัฏฐสัททชาดก”