ตามนัยที่กล่าวแล้วใน กุมมาสปิณฑชาดก

ประทับนั่งบนรัตนบัลลังก์ ตรัสเล่าปุริมกิริยาทั้งปวงว่า ดูก่อนคังคมาละ ในภพก่อน เราเกิดเป็นคนจนที่เมืองนี้ มีศรัทธารักษาศีลครึ่งวัน จุติจากอัตตภาพนั้น ได้มาเกิดในตระกูลกษัตริย์ชื่อว่า อุทัยราช ด้วยเหตุนี้ เราจึงกล่าวครึ่งคาถาข้างต้น ครั้นสหายของเราละกามราคะไปบวชแล้ว เราเป็นคนประมาท หลงครองราชสมบัติอยู่นี่เอง ด้วยเหตุนี้ เราจึงกล่าวครึ่งคาถาข้างท้าย.

พระราชาตรัสบอกเนื้อความแห่งอุทาน ด้วยประการฉะนี้.

ช่างกัลบกฟังเรื่องราวนั้นแล้วคิดว่า ได้ยินว่า พระราชาได้ราชสมบัตินี้ด้วยการรักษาอุโบสถกึ่งวัน ขึ้นชื่อว่ากุศลอันบุคคลควรทำ ถ้ากระไรเราพึงบวชสร้างที่พึ่งของตนเถิด คิดแล้วก็ละวงศ์ญาติและโภคสมบัติ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตบรรพชา แล้วไปหิมวันตประเทศ บวชเป็นฤๅษี ยกไตรลักษณ์ขึ้นเจริญวิปัสสนา ก็สำเร็จปัจเจกโพธิญาณ ครองบาตรจีวรที่เกิดขึ้นด้วยฤทธิ์ จำพรรษาที่ภูเขาคันธมาทน์ห้าพรรษา คิดว่า จักเยี่ยมพระเจ้าพาราณสี จึงเหาะมานั่งอยู่บนมงคลศิลาในมงคลราชอุทยาน.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๔,๐๙๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. คังคมาลชาดก”