พระราชาทรงสั่งพระโพธิสัตว์ไปว่า ดูก่อนบัณฑิต ท่านจงไป จงรู้ว่าเพราะเหตุไร ม้าถูกเขาให้ลงท่าน้ำจึงไม่ลง.

พระโพธิสัตว์ทูลรับพระบัญชา แล้วไปยังฝั่งแม่น้ำ ตรวจดูม้าก็รู้ว่า ม้าไม่มีโรค จึงใคร่ครวญว่า เพราะเหตุไรหนอ ม้านี้จึงไม่ลงท่านี้ จึงคิดว่า ม้าอื่นจักถูกอาบที่ท่านี้ก่อน ด้วยเหตุนั้น ม้านั้นเห็นจะรังเกียจจึงไม่ลงท่า แล้วถามพวกคนเลี้ยงม้าว่า ท่านผู้เจริญ ที่ท่านี้ท่านทั้งหลายให้ม้าอะไรอาบก่อน.

พวกคนเลี้ยงม้ากล่าวว่า ข้าแต่นาย ให้ม้ากระจอกอาบก่อนกว่าม้าอื่น.

พระโพธิสัตว์รู้อัธยาศัยของม้านั้นว่า ม้านี้รังเกียจจึงไม่ปรารถนาจะอาบที่ท่านี้ เพราะตนเป็นสัตว์มี (คุณ)สมบัติ การให้ม้านี้อาบในท่าอื่นจึงจะควร จึงกล่าวว่า ท่านผู้เลี้ยงม้าผู้เจริญ แม้ข้าวปายาสที่ปรุงด้วยเนยใส น้ำผึ้ง และน้ำอ้อย เมื่อบุคคลบริโภคบ่อยๆ ก่อน ย่อมมีความเบื่อ ม้านี้อาบที่ท่านี้หลายครั้ง เบื้องต้นพวกท่านจงให้ม้านั้นลงยังท่าแม้อื่น แล้วให้อาบและดื่ม จึงกล่าวคาถานี้ว่า

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๔๑๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. ติตถชาดก”