บทว่า เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ ความว่า ส่วนชนเหล่าใดในหมู่นั้นผู้เป็นบัณฑิต ย่อมรู้สึกได้ว่าพวกเราจะพากันไปสู่ที่ใกล้แห่งมัจจุราช.

บทว่า ตโต สมฺมนฺติ เมธคา ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ชนเหล่านั้นเมื่อรู้อย่างนี้ ยังการทำไว้ในใจโดยอุบายอันแยบคายให้เกิดขึ้นแล้ว ย่อมปฏิบัติเพื่อความเข้าไปสงบแห่งความหมายมั่นแห่งการทะเลาะกันได้.

บทว่า อฏฺฐิจฺฉินฺนา ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระคาถานี้ทรงหมายถึงพระเจ้าพรหมทัตและทีฆาวุกุมาร แม้ทั้งสองพระองค์นั้นก็ยังกลับสามัคคีกันได้ เหตุไรพวกเธอไม่ได้ตัดกระดูกของมารดาบิดา ไม่ได้ปลงชีวิตกัน ไม่ได้ชิงทรัพย์สมบัติกัน จึงไม่สามัคคีกันเล่า.

ข้อนี้มีพระบรมพุทธาธิบายว่า ภิกษุทั้งหลาย พระราชาผู้ทรงถืออาชญาสิทธิ์ยังสามัคคีกัน สมาคมกัน ทำสัมพันธไมตรีกันด้วยอาวาหและวิวาหมงคล แล้วทรงดื่มและทรงเสวยร่วมกันได้ถึงเพียงนี้ พวกเธอบวชในศาสนาเห็นปานนี้ ย่อมไม่อาจเพื่อสลัดแม้สักว่าเวรของตนออกได้ อะไรเป็นภาวะแห่งภิกษุของพวกเธอเล่า.

เล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑๔,๒๒๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. โกสัมพิยชาดก”