พระราชาทรงส่งพระโพธิสัตว์ไป ด้วยพระดำรัสว่า ดูก่อนบัณฑิต เธอจงไป จงรู้ว่า ช้างนั้นดุร้าย เพราะเหตุไร. พระโพธิสัตว์ไปแล้ว รู้ว่า ช้างนั้นไม่มีโรคในร่างกาย จึงคิดว่า เพราะเหตุไรหนอ ช้างนี้จึงเกิดเป็นช้างดุร้าย เมื่อใคร่ครวญไปจึงสันนิษฐานว่า ช้างนี้ได้ฟังคำของใครๆ ในที่ไม่ไกล สำคัญว่า คนเหล่านี้ให้เราสำเหนียก จึงเป็นช้างดุร้ายแน่นอน จึงถามพวกคนเลี้ยงช้างว่า คนบางพวกเคยกล่าวคำอะไรในตอนกลางคืน ณ ที่ใกล้ช้าง มีอยู่หรือหนอ?
พวกคนเลี้ยงช้างกล่าวว่า ขอรับ นาย พวกโจรพากันมากล่าว.
พระโพธิสัตว์จึงไปกราบทูลแด่พระราชาว่า ข้าแต่สมมติเทพ ความพิการไม่มีในร่างกายแห่งช้างของหลวง ช้างนั้นเกิดเป็นช้างดุร้าย เพราะได้ฟังถ้อยคำของพวกโจร พะย่ะค่ะ. พระราชาตรัสถามว่า บัดนี้ ควรจะทำอย่างไร? พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า นิมนต์สมณพราหมณ์ผู้มีศีลให้นั่งในโรงช้าง แล้วกล่าวถึงศีลและอาจาระ จึงจะควร พะย่ะค่ะ. พระราชาตรัสว่า จงกระทำอย่างนั้นเถิด พ่อ.
พระโพธิสัตว์จึงนิมนต์สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้มีศีลให้นั่งในโรงช้าง แล้วกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ขอท่านทั้งหลายจงกล่าวศีลกถา ว่าด้วยเรื่องศีล สมณพราหมณ์เหล่านั้นนั่งในที่ไม่ไกลช้าง พากันกล่าวศีลกถาว่า ไม่พึงปรามาสจับต้อง ไม่พึงด่าใครๆ ควรเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยศีลและอาจาระ เป็นผู้ประกอบด้วยขันติ เมตตา และความเอ็นดู
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที